กว่าจะมาเป็น มะหาด ครีมมะหาด โลชั่นมะหาด

วันนี้ไอเก็ตเกิร์ล ดอทคอม (iGetGirl.com เว็บผู้หญิง) ได้ไปสืบหาข้อมูลมา พอดีอยากรู้่ว่า มะห้าด มะหาด โลชั่นมหาด หรือครีมมหาดที่เค้าขายๆ กันในเน็ทมันคืออะไร ? ก็พอจะสรุปได้ ตามฉบับของ ออม oyo ทีมงานไอเก็ตเกิร์ล น่ะค่ะ

การที่กว่าจะมาเป็น..มะห้าด มะหาด โลชั่นมหาด ครีมมหาด ที่มาขายกันในเน็ทนั้น

ครีมมะหาด โลชั่นมะหาด มะหาดเต็มไปหมด มันคืออะไรน้า ~-~?? มะหาด เป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่มแผ่กว้าง ใบเดี่ยว เป็นพีชตระกูลเดียวกับขนุน พบได้มากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สรรพคุณผลมะหาด?ที่ใช้เป็นยา นำเนื้อไม้มาเคี่ยวกับน้ำ กรองเนื้อไม้ออก บีบให้แห้ง จะได้ผงสีนวลจับกันเป็นก้อน ย่างไฟให้เหลือง เรียกว่า ปวกหาด ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิเส้นด้าย พยาธิไส้เดือน และพยาธิตัวตืด

การศึกษาวิจัย?สารที่มีในผลมะหาดคุณสมบัติลดสีผิวและช่วยทำให้ผิวขาวที่นิยมใช้มากที่สุดคือ สารขจัดสีผิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรสิเนส ซึ่งทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยา ตั้งต้นของกระบวนการสังเคราะห์เม็ดสีเมลานิน

ผลการทดลอง?พบว่าปวกหาดมีประสิทธิภาพในการลดความเข้มของสีผิว มีผลทำให้หน้าขาวใส หน้าเด้ง ไม่เหี่ยว ทำให้สีผิวอ่อนลง ลดความเข้มของเม็ดสีเมลานินในผิวหนัง โดยทาสารสกัดจากแก่นมะหาดที่แขนวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าแขนที่ทาด้วยสารสกัดจากแก่นมะหาดมีแนวโน้มให้ค่าความเข้มของสีผิวลดลง นอกจากนี้ ยังไม่มีอาการแพ้หรือระคายเคืองผิว ความขาวของสีผิวจะเห็นผลในระยะเวลาเพียง 4 สัปดาห์ และจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่สารสกัดจากชะเอมและกรดโคจิกให้ผลในการทำให้ผิวขาวในระยะเวลาที่นานกว่า คือ 10 และ 8 สัปดาห์ตามลำดับ จนมีการนำสารนี้มาพัฒนา เป็นส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ^-^

เป็นอย่างนี้นี่เอง? แต่!!ในการวิจัยนี้ใช้ความเข้มข้นอยู่ที่ 5% การที่มีความเข็มข้นที่สูงเกินไป อาจจะมีผลในการทำลายเม็ดสีผิว และเซลล์ผิว ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง เป็นผื่นแดงได้ค่ะสำหรับการเลือกซื้อควรดูผลิตภัณฑ์ที่มีการบอก %?ไว้ไม่เกิน 5% จะปลอดภัยกว่าหรือมี อ.ย. รับร้องไว้เพื่อความมันใจ อะไรที่ได้มาไวก็ไม่ดีเสมอไปนะคะ อย่างที่ว่ามาไวไปไว ด้วยความห่วงใยค่ะ

Collagen คอลลาเจน ฟีเวอร์ (ช่วยเสริมผิวหนังชั้นใน ผิวขาว หน้าใส)

คอลลาเจน Collagen เป็นสารที่คัดหลั่งมาจากเซลล์ของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (connective tissue cells) โปรตีนซึ่งเป็นส่วนประกอบหลัก ของชั้นผิวหนัง ผิวหนังส่วนนอก คอลลาเจน?มีลักษณะโครงสร้างครบ 3 สาย ลักษณะพันกันเกลียวโดยมีพันธะของเปปไทด์ในสาย ขดกันเป็น โครงร่าง 3 มิติ

และอยู่ในสภาพชีวภาพ พร้อมจะทำปฏิกิริยาภายในชั้นผิวของร่างกาย

ประโยชน์ของ คอลลาเจน Collagen

ประสานกันเป็นเส้นใยอยู่ใต้ชั้นผิวหนังแท้ ทำหน้าที่ เสริมความเรียบตึงให้แก่ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังดูเรียบ ระชับ ยีนหยุ่นได้ดี ดูเรียบเนียน มีน้ำมีนวนแปร่งปรัง รูผมขนตื้นขึ้น

คอลลาเจน Collagen เหมาะกับใคร
จริงๆแล้ว คอลลาเจน นั้นอยู่คู่กับร่างกายคนเราทุกคนอยู่แล้วครับ แต่ในบทความนี้กำลังพยามพูดถึง การเพิ่มคอลลาเจน เสริมคอลลาเจน ที่พร่องไป เพื่อให้ผิวพรรณดูสดใส กลับมาอีก สำหรับคนที่นอนดึก ผิดแห้ง รูผมขนกว้าง ผมร่วง ขาดงาย ซึ่งคอลลาเจนไม่ได้มีอยู่ที่ผิวหนังส่วนนอกเท่านั้น อวัยวะภายในร่างกายก็มีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ได้แก่ ผังผืด (Fascia), กระดูกอ่อน (cartilage), เส้นเอ็น (ligaments), ข้อต่อ (tendons),กระดูก (bone) สารคอลลาเจนที่เป็นส่วนประกอบหลักของชั้นผิวมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เคราติน

เดี่ยวนี้มีผลิตภัณฑ์ คอลลาเจน Collagen มากมาย ราคาหลัก 100 ถึงหลัก 1000 กันเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามการทานหรือฉีด คอลลาเจน Collagen อย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้ได้ผล ตามที่ผลิตภัณฑ์นั้นๆกล่าวสรรพคุณ ทุกคนเพราะแต่ละคนมีลักษณะขั้นผิวหนังไม่เหมือนกัน ซึ่งโดยปกติแล้วเซลล์ของคนเราจะสร้างคอลลาเจน ได้เอง แต่ด้วยการใช้ชีวิตของคนเรา หรือแม้แต่มีอายุที่มาก พักผ่อนน้อย ขึ้นอาจทำให้เกิดการพร่องของคอลลาเจนได้

Colly collagen,Colly pink เป็น Collagen คอลลาเจนผงเข้มข้นชงกับน้ำ จากญี่ปุ่น ปริมาณ 6000mg

สินค้าที่เกี่ยวกับ คอลลาเจน

เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่ต้องการขน พึ่งเลเซอร์ อัศวินพิชิ

ความงาม: ขน เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายคนเรามีมาตั้งแต่เกิด จำนวนมากหรือน้อย? สีของขนเข้มหรือจางก็แล้วแต่บุคคล แต่สำหรับคุณสาวๆสมัยนี้ซึ่งต้องการอวดผิวใสเนียนเรียบปราศจากขน ?ทั้งขนที่บริเวณใบหน้า ไรผม หนวด ซึ่งเป็นอุปสรรคในการแต่งหน้า หรือขนตามผิวกาย ทั้งใต้วงแขน แขน เรียวขา ตลอดจนบริเวณบิกินี่? การกำจัดขนจึงเป็นเรื่องใกล้ตัวเป็นสิ่งเล็กๆที่กลายเป็นปัญหาใหญ่ของหลายๆคน?? ไม่เว้นแม้แต่ผู้ชายเองที่มีปัญหาเรื่องหนวดเครา ซึ่งปกติแล้วหนวดเคราของผู้ชายจะงอกเฉลี่ยวันละ 0.2 – 0.5 มม.? ทำให้ระยะเวลาและความถี่ในการโกนหนวดของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนอาจต้องโกนทุกวัน ในขณะที่บางคนอาจโกนสัปดาห์ละหลายครั้งทำให้เรื่องขนกลายมาเป็นปัญหาที่ต้องเสียเวลาเอาใจใส่และน่ารำคาญไม่น้อย

?

การกำจัดขนแบบเดิมๆที่ทำกันมานมนาน ก็คือการถอน และการโกน เพราะทำง่ายสะดวกไม่ต้องใช้เครื่องมืออะไรมาก ค่าใช้จ่ายน้อย? แต่สิ่งที่ตามมาคือ การอักเสบของผิว เกิดเป็นตุ่ม เกิดขนคุด เกิดการอุดตันในรูขุมขน รูขุมขนใหญ่ ขนที่ขึ้นมาใหม่แข้งกระด้าง เกิดรอยดำ ผิวขรุขระไม่เรียบ ต้องโกนบ่อย และถอนเป็นประจำ? ต่อมามีการพัฒนารูปแบบการกำจัดขนขึ้นมาด้วยการใช้ขี้ผึ้งหรือแวกซ์ หรือบางคนก็ใช้สารเคมีพวกครีมกำจัดจน? แต่ทั้งสองวิธีก็อาจทำให้เกิดการแพ้ ระคายเคืองและอักเสบได้ ซึ่งสารพัดวิธีที่ว่านี้ล้วนเป็นการหยุดยั้งขนได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะไม่นานขนก็จะขึ้นมาใหม่อีกครั้ง


นพ.ธรรมสถิต จันทจิตร์ แห่งยศยาคลินิก? กล่าวว่า? ปัจจุบันมีการนำเลเซอร์มาใช้เพื่อกำจัดขนซึ่งวิธีนี้ถือว่าได้ผลดี วิธีการคือการเลือกคลื่นแสงที่เหมาะสมหรือ Selective Photothermolysis โดยเลือกช่วงความยาวและความกว้างของคลื่นที่เหมาะสมที่ให้พลังงานเพียงพอไปยังขน? พลังงานจากเลเซอร์จะถูดดูดซึมโดยเม็ดสีเมลานินในต่อมขน ?ก่อนที่ความร้อนจะกระจายออกไปเพื่อทำลายขนโดยไม่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง? พลังงานเลเซอร์ถูกออกแบบมาให้ทำงานเฉพาะเจาะจงกับเซลส์เม็ดสีในรากขน ?เมื่อเซลส์รากขนถูกทำลาย ขนก็จะหลุดร่วงไปและไม่ขึ้นใหม่

?

?สำหรับคลื่นแสงในแต่ละความยาวคลื่นก็มีคุณสมบัติและการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้

1.?? คลื่นแสงที่มีความยาวคลื่น 590-1,200 nm หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ IPL เป็นการใช้แสงความเข้มสูง เครื่องมือนี้เป็นการใช้ไฟแฟลชที่มีตัวกรองแสงเพื่อสร้างแสงมีความยาวคลื่นกับจังหวะการตกกระทบ โดยแสงจะเข้าไปทำลายขน และเพราะ IPL? เป็นแสงความเข้มข้นสูงแต่ความยาวของคลื่นสั้นจึงทำให้พลังงานไม่สูงพอจะทำลายรากขนได้ทั้งหมด อาจจะได้ผลบ้างในไรขนอ่อนๆ บางๆ แต่ถ้าขนดกหนา ผลคือขนบางลงและขึ้นช้าแต่จะไม่หายไปทั้งหมด IPL เป็นเครื่องมือที่กำจัดขนได้รวดเร็ว แต่ก็มีข้อควรระวังคือ ต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเพราะผิวหนังอาจดูดซับพลังงานที่มากเกินไปทำให้ผิวไหม้ได้

?

2.?? เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 800 nm หรือที่เรียกว่า Diode Laser เครื่องมือชนิดนี้ให้พลังงานสูงให้ผลได้ดีกว่า IPL เนื่องจากมีความยาวคลื่นที่เหมาะสม จึงสามารถทำลายลึกถึงรากขน ?เหมาะสำหรับกำจัดขนบริเวณพื้นที่ใหญ่ๆ เช่น ขนหน้าอก หน้าท้องอย่างไรก็ตามเมื่อใช้กับผู้ที่มีสีผิวเข้ม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

?

3.?? เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 1,064 nm หรือที่เรียกว่า Long Pulse ND-YAG Laser หรือที่คุ้นหูว่าแย๊ก สามารถใช้กำจัดขนได้กับผิวหนังทุกประเภทความเข้ม และด้วยความยาวของคลื่นสูงจึงสามารถทะลุไปยังใต้ผิวหนังชั้นลึกสามารถกำจัดขนได้ลงลึก การดูดซับพลังงานที่ผิวหนังน้อย ?จึงเกิดประสิทธิภาพในการกำจัดขนได้ดี รวมทั้งมีระบบประคบให้ความเย็นของเครื่องมือยังปกป้องผิวหนัง? เหมาะกับทุกสีผิวไม่ว่าสีผิวจะเข้มระดับใดก็ตาม ทั้งผิวขาว ผิวสองสี และผิวคล้ำ
การกำจัดขนด้วยเลเซอร์ Long-Pulse มีข้อดีอีกอย่างคือ สามารถใช้เลเซอร์สอดเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อทำลายต่อมเหงื่อ จึงสามารถกำจัดกลิ่นตัวไม่พึงประสงค์ใต้รักแร้ และลดการเกิดเหงื่อได้ด้วย

?


คุณหมอแห่งยศยาคลินิกเสริมว่า? การใช้เลเซอร์กำจัดขนในครั้งแรก อาจมีขนหลงเหลืออยู่บ้างก็อย่าเพิ่งตกใจ เพราะขนจะเริ่มบางเป็นขนอ่อนลงเรื่อยๆ
และหมดไปในที่สุด ต่างกับวิธีกำจัดขนแบบชั่วคราว ที่เส้นขนจะงอกขึ้นมาใหม่เท่าเดิมอยู่เรื่อย ๆ เพราะรากขนยังไม่ได้ถูกทำลายไป ข้อดีอีกอย่างคือผิวบริเวณที่กำจัดขนจะเรียบเนียน กระชับ และขาวขึ้น เพราะพลังงานเลเซอร์จะไปช่วยกำจัดเซลล์เม็ดสี และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนภายในบริเวณนั้นด้วย?? สำหรับจำนวนของการยิงเลเซอร์กำจัดขน? กว่าที่ขนจะถูกทำลายไปจนหมดนั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ??แต่หากมีการทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ปัญหาขนก็จะค่อยๆหมดไปอย่างถาวร โดยปกติอยู่ที่ประมาณ 5-6 ครั้ง ขึ้นอยู่กับขนาดและสภาพเส้นขนแต่ละคน ?อย่างไรก็ตามการกำจัดขนด้วยเลเซอร์ก็ยังมีข้อควรระวังหรืออาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้เช่นการบวมเป็นรอยแดง? แต่จะค่อยๆหายไปเอง??

?

คุณหมอหนุ่มยังฝากข้อคิดเตือนใจว่า? ผู้บริโภคจำเป็นต้องรู้เท่าทันก่อนจะจ่ายสตางค์ยิงเลเซอร์กำจัดขน ควรตรวจสอบว่าเครื่องมือที่ใช้เป็นเลเซอร์ประเภทใด เหมาะสมหรือไม่อย่างไรกับสภาพผิวและขนของแต่ละคน?? เนื่องจากเส้นขนจะมีลักษณะความหนาบาง และสีแตกต่างกันตามเชื้อชาติ สีผิว หรือบริเวณที่เส้นขนขึ้นอยู่ ?ดังนั้นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ?รวมทั้งความสะอาดของเครื่องมือ สถานที่ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย? พียงเท่านี้ก็สามารถโบกมือลาขนได้เลย

?

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :? ยศยาคลินิก 257/9 ถ.รัชดาภิเษก ดินแดง กทม. 10400? โทร. 02-693-8693