เมนูสุดอร่อย เปรี้ยวๆ เค็มๆ มันๆ มีชื่อว่า ปลาเปรี้ยว กันค่ะ

วันนี้นำเสนอ เมนูสุดอร่อย เปรี้ยวๆ เค็มๆ มันๆ มีชื่อว่า ปลาเปรี้ยว กันค่า ที่เรียกปลาเปรี้ยวนั้นเพราะมันเปรี้ยวจิงๆ ค่ะท่านผู้ชม
เรามาทำกันดีกว่าค่ะ ดูว่ามีส่วนผสมอะไรบ้าง
ส่วนผสม
1. ปลา เช่น ปลาตะเพียน ปลานิล ปลากระสูบขีด(ภาษาใต้เรียกปลาโสด) ปลาแก้มช้ำ(ปลาขี้ขม) ต้องใช้ปลาตัวใหญ่ ประมาณ 3-4 ขีด ต่อตัวจึงจะดี เพราะเวลาทอดปลาจะได้เป็นตัวสวยงาม
2. กระเทียม
3. เกลือ
4. ข้าวสุก
5. น้ำล้างข้าวสาร
6. แป้งข้าวเจ้า กรณี ไม่มีน้ำข้าวสาร
7. หอมซอย
8. พริกขี้หนูหั่น (เอาเป็นว่าส่วนผสมพอประมาณ) แล้วแต่ว่าจะทำมากหรือทดลองทำ

วิธีทำปลาเปี้ยว
1. เริ่มจากทำ ปลาควักไส้และเหงือกออก (ปลานะผ่าท้องควักไส้และเลือดออกให้หมดไม่นั้นจะมีกลิ่นเหม็น) แล้วล้างให้สะอาด แช่นำข้าวสารหรือแป้งข้าวเจ้าละลายน้ำแช่จนปลาตัวแข็ง ประมาน ½-1 ชั่วโมง หรือถ้าใช้น้ำแป้งข้าวเจ้าละลายให้แป้งมากสักนิด ก็จะทำให้ปลาตัวแข็งเร็วขึ้น แล้วนำมาวางไว้ให้ตัวแห้ง
2. ข้าวสุกล้างให้สะอาดผึ่งลมให้แห้งพอหมาดๆ 3. เอากระเทียมกับเกลือตำให้เข้ากัน มาขยำกับข้าวสุกแล้วชิมดูให้ออกเค็มนำสักนิด (ถ้าใส่กระเทียมมากจะลดกลิ่นคาวได้)
4. แล้วยัดในท้องปลาและทาตัวปลาด้วย หมักไว้จกว่าปลาจะเปรี้ยว(กดปลาให้แน่นๆปลาจะได้ตัวตรงสวย)
5. จะรู้ว่าปลาเปรี้ยวกินได้ก็ต่อเมื่อปลาจะมีน้ำออกมาและดมดูจะได้กลิ่นเปรียว ก็ทานได้แล้ว
6. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน นำปลาเปรี้ยวไปทอดให้เหลืองหอม (จะใช้ไข่ชุบตัวปลาก่อนทอดก็จะยิ่งอร่อยทวีคูณ)
7. เมื่อได้ปลาที่ทอดเสร็จแล้วก็นำหอมซอย พริกขี้หนูซอยโรยบนตัวปลา กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยเหาะ

ข้อชวนคิด *
กรณีใส่เกลือไม่ถึง ปลาจะมีกลิ่นตุๆ นำเกลือผงไปโรยบนตัวปลาแล้วคลุกเคล้าใหม่ได้ แต่ถ้าเค็มเกิน ก็ไม่รู้เหมือนกันคงกินแบบเค็มๆกันไป หรืออาจจะเพิ่มข้าวกับกระเทียมไปคลุกใหม่

ทริป * สาระง่ายๆ สไตร์ สุจิตรา

 

ขอบคุณภาจาก internet

ผัดเผ็ดสะตอกุ้งสด พริกแกงใต้ สูตรฉบับคนใต้

ตอนนี้สะตอมีเยอะ เลยมาแนะนำเมนูสักเมนู ผลที่ออกมาเป็น กุ้งกับสะตอและเครื่องแกงใต้ เมื่อรวมกันเป็น ผัดเผ็ดกุ้งสะตอ ค่ะท่านผู้ชม เรามาผัดกันเถอะ ส่วนผสมสำคัญคือ กุ้งสดและสะตอ เครื่องแกง

ส่วนผสม
– กุ้งสด เป็น กุ้งกุลาดำ กุ้งซีแฮ กุ้งเปลือกแข็ง ได้ทั้งนั้น
– สะตอสด
– เครื่องแกงเผ็ด
– น้ำปลา น้ำตาล
– มะกรูดฉีก

วิธีทำ
ปอกกุ้งไว้หางเพื่อความสวยงาม แล้วผ่าหลังเอาเส้นดำๆออก ล้างให้สะอาดพักไว้
สะตอเอาเฉพาะเมล็ด เฉีอนให้เป็น 2 ซีก เพราะถ้าทั้งเมล็ดจะสุกช้าและทำให้เหนียว
ตั้งกระทะใส่น้ำมันรอให้ร้อนใส่เครื่องแกงผัดให้หอม
ใส่กุ้งตามด้วยสะตอ เติมเครื่องปรุง น้ำตาล น้ำปลา ผัดให้กุ้งสุกและสะตอสลด ชิมรส ใส่ใบมะกรูดฉีก ยกลง
รสอุมามิ ที่ได้ เผ็ดนำ หอมสะตอและใบมะกรูดฉีก
รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ หรือจะมีเครื่องเคียง เช่น ปลาทอด ไข่ทอด หรือ แกงจืด ซดคล่องคอแก้เผ็ด  ก็จะเพิ่มความหร่อย สไตล์ชาวใต้ ได้อีกเมนูที่ทำได้ง่ายและสะดวก ถ้าไม่มีสะตอก็เปลี่ยนเป็น ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ อร่อยไปอีกแบบ หรือไม่มีกุ้ง ก็เปลี่ยนเป็น หมู ไก่ ก็ได้
แม่ครัวซะอย่างเปลี่ยนแปลงได้อยู่แล้วค่า นำไปทำกันดูนะค่ะแล้วจะรู้ว่าอร่อยเหาะจริงๆ ฝีมือเรา
ผู้เขียนทำกินบ่อยๆค่า เพราะทำง่าย ส่วนผสมไม่มาก และประหยัดอีกด้วย

 

ขอบคุณภาพจาก มวลชนคนใต้
ทริป ง่ายๆ สไตล์ สุจิตรา

 

ขนมไทยบัวลอย มาดูขั้นตอนการทำขนม บัวลอยไข่หวาน กันค่ะ

ทริป สาระง่ายๆ สไตล์ สุจิตรา เมนูน่าทาน ขนมบัวลอยไข่หวาน เป็นเมนูขนมหวานที่ทำทานกันได้ง่ายๆ ส่วนประกอบก็ไม่มาก แค่ แป้ง น้ำตาล กะทิ เกลือ ไข่ ถ้าอยากจะเพิ่มเครื่องทรงเข้าไปอีกเพื่อความอร่อย เช่น ข้าวโพด ฟักทอง มะพร้าวอ่อน เผือก สีอาหารธรรมชาติเผื่อความสวยงามน่ารับประทาน เช่น ม่วง จากอัญชันหรือเผือก ส้ม จากแครอต เหลือง จากฟักทอง เขียว จากใบเตย แดง จากบีทรูทหรือน้ำเฮลบลูบอย ส่วนประกอบ ตัวแป้ง
แป้งข้าวเหนียว ตราอะไรก็ได้ ใบเตยสำหรับทำแป้งสีเขียว แครอทสำหรับทำแป้งสีส้ม น้ำหวานเฮลูบอยสำหรับทำแป้งสีแดง ฟักทองสำหรับทำแป้งสีเหลือง ดอกอัญชันหรือเผือกสำหรับทำแป้งสีม่วง น้ำสำหรับแช่แป้งที่ลวกแล้ว

ส่วนประกอบของ บัวลอยไข่หวาน

– น้ำกะทิ กะทิสด จะขูดเองกับกระต่ายหรือจะซื้อเป็นน้ำกะทิก็มีขายแต่ต้องสดๆเท่านั้นจึงจะอร่อย
– น้ำตาลปี๊บ หรือ น้ำตาลทราย
– เกลือ
– ใบเตย
– น้ำเปล่าสะอาด
– เครื่องทรง
– เนื้อมะพร้าวอ่อน ข้าวโพด ฟักทอง เผือก
– ไข่นกกระทา หรือไข่ไก่ ไม่นิยมไข่เป็ดเพราะคาว นอกจากเป็นไข่เค็ม
– น้ำตาลทราย (สำหรับทำไข่หวาน)

วิธีทำบัวลอยไข่หวาน

เตรียมแป้งสีเหลือง จากฟักทอง หั่นไว้ 2 ส่วนแยกไว้ ส่วนแรกไว้สำหรับนวดกับแป้ง ส่วนที่สองหั่นสี่เหลี่ยมลูก เต๋าไว้ทรงเครื่อง ทำพร้อมกันไปเลยจะได้ไม่เสียเวลา
เตรียมแป้งคือสีส้ม จากแครอท หั่นไว้ 2 ส่วนเช่นกัน ส่วนแรกไว้สำหรับตำนวดกับแป้ง ส่วนที่สองหั่น ซอย ไว้ตำทำเป็นน้ำสีส้ม
ส่วนใบเตยนำไปตำและแครอทที่หั่นซอยไว้แล้วน้ำไปคั้นก็จะได้น้ำสีเขียวและน้ำสีส้มไว้ผสมแป้ง
ตั้งน้ำใส่ใบเตยหอมต้มฟักทอง แครอท ดอกอัญชัน
นำฟักทองและแครอทที่ต้มไว้มาตำให้ละเอียด ดอกอัญชัน แค่เอาดอกออกจากน้ำที่ต้ม
แบ่งแป้งข้าวเหนียว เพื่อผสมแป้งบัวลอยกับสีที่ได้เตรียมไว้ แล้วนวดแต่ละสีให้เข้ากันกับแป้ง (เคล็ดลับถ้าอยากให้นุ่มเด้งดึง ต้องใช้น้ำร้อนนวด รับรอง นุ่มเด้งดึงจริงๆ)
เมื่อนวดแป้งแต่ละสีได้ที่แล้วก็ ปั้นเป็นลูกกลมๆเล็กๆ วางเรียงไว้ เด็กๆก็ปั้นได้
ตั้งน้ำเปล่าให้เดือด แล้วนำแป้งบัวลอยไปลวกจนสุกจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อ ตัวแป้งลอยขึ้นมาแล้วมาใส่ในน้ำเย็นหรือน้ำเปล่าสักครู่ให้แป้งคลายความร้อนก็ยกขึ้น

มาทำไข่หวานกัน

ทำไข่หวาน ตั้งน้ำกับน้ำตาลและใบเตยเพื่อความหอม พอน้ำเชื่อมเดือดก็ตอกไข่นกกระทาไปในน้ำเชื่อม

เตรียมในส่วนของน้ำกะทิ

ใช้หัวกะทิ หางกะทิ ใบเตย(เพื่อความหอม) น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย เกลือนิดหน่อย ตั้งไฟ
พอเดือดก็ใส่เม็ดบัวลอยที่ต้มไว้ เวลาตักใส่ถ้วยก็ตกแต่งไข่หวาน และเครื่องทรง เช่น มะพร้าวอ่อน ข้าวโพด ฟักทอง เผือก ตามใจชอบ ลองทำกันดูนะค่ะของหวานง่ายๆทำกันในครอบครัว เด็กก็ทำได้แถมชอบปั้นอีกต่างหาก

สาระดีๆ นำมาแบ่งปัน สาระง่ายๆสไตล์สุจิตรา

10 นักร้องลูกทุ่ง ศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าใหม่สวยขึ้นจำแทบไม่ได้

นอกจากเสียงใส่เพราะฟังสบายแล้วหน้าตาก็ต้องสวยเป๊ะ เหล่านักร้องลูกทุ่งที่เสียงดี ที่เวลาผ่านไปหน้าตาเปลี่ยนสวยจนจำกันแทบไม่ได้ ศัลยกรรมจมูกและหน้าอก

ตั๊กแตน-ชลดา
อันดับที่ 1 นักร้องลูกทุ่งสาวเสียงดี “ตั๊กแตน ชลดา”
อันดับที่ 2 นักร้องลูกทุ่งสาวเสียงดี “กระแต อาร์สยาม”
อันดับที่ 3 ลูกทุ่งสาวจากเวทีเดอะสตาร์ “สุรัตน์ติกานต์ พรรคเจริญ” หรือ “เอิร์น เดอะสตาร์”
อันดับที่ 4 นักร้องสาวคนนี้ “ใบเตย อาร์สยาม” มีเรื่องให้อัพเดทอยู่เรื่อยๆในวงการบันเทิง

อันดับที่ 5 สาวเสียงใสผ่านมีดหมอมานับครั้งไม่ถ้วน “ดาว มยุรี” จัดเต็มครบเครื่อง

อันดับที่ 6 ลูกทุ่งสาวที่สวยเป๊ะถึงขั้นโกอินเตอร์ไปแล้ว “แอน มิตรชัย”
อันดับที่ 7 เวลานี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก “หญิงลี ศรีจุมพล” เจ้าของบทเพลง “ขอใจเธอแลกเบอร์โทร” ออกมายอมรับว่าตนเองได้ไปศัลยกรรมจมูกและหน้าอก จนตอนนี้หน้าตาไม่แพ้นางเอกระดับแถวหน้าของเมืองไทย

อันดับที่ 8 หลังจากเข้าวงการด้วยเพลง คันหูไม่รู้เป็นอะไร สำหรับนักร้องลูกทุ่งสาว ฉายา “จ๊ะ คันหู” หรือ “จ๊ะ อาร์สยาม” เจ้าตัวออกมายอมรับอย่างเต็มปากเต็มคำว่า ได้ไปฉีดโบท็อกซ์ให้หน้ากับจมูกเพื่อให้ดูเล็กและเรียว แถมยังไปอัพไซต์ขนาดหน้าอกให้ใหญ่จนแซงหน้าแซงตารุ่นพี่ในค่ายไปแล้ว!

อันดับที่ 9 ลูกทุ่งสาวเสียงหวาด “ฝน ธนสุนทร” ที่ไม่ว่าจะออกงานไหนๆ เธอก็สวยเป๊ะตลอด

อันดับที่ 10 สาวเสียงคุณภาพ “ต่าย อรทัย” ความสวยเป๊ะ

 

 

 

จัดดันดับ 10 ลูกทุ่งสาว จาก Super บันเทิง
http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9570000107058

เคล็ดลับผิวสวยสุขภาพดี สาวสุขภาพดี อยากมีผิวหน้าแบนนี้ ต้องลองสักครั้ง

อยากมีผิวสวยสุขภาพดี  ต้องดูแลผิวขั้นพื้นฐานอย่างถูกวิธี

เราต้องเช็คสภาพผิวตัวเองก่อนค่าสาวๆ

  • ผิวมัน : ไม่ต้องทาอะไรหน้าก็มันแล้ว โดยเฉพาะบริเวณจมูกและรุขุมขนข้างจมูก
  • ผิวแห้ง : หลังล้างหน้าแค่ 1-2 นาที รู้สึกหน้าตึง ๆ เหมือนผิวขาดความชุ่มชื่น
  • ผิวผสม : เป็นผิวที่ผสมระหว่างความมันและความแห้งในขณะเดียวกันความมันจะอยู่บริเวณทีโซนหน้าผาก จมูก และคาง และแก้มจะแห้งทั้ง 2 ข้าง และไม่ว่าคุณจะมีผิวแบบไหน การทำความสะอาดผิวหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดไม่ควรล้างหน้าเกิน 1 นาที เพราะยิ่งถูมากก็ยิ่งสูญเสียน้ำมันเคลือบผิวมากทำให้ผิวแห้งและเป็นสิวในภายหลัง

 

เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้เหมาะสมกับผิวหน้า

  • ผิวมัน : เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนทำความสะอาดผลิตภัณฑ์ประเภทโฟมที่ใช้แล้วหน้าไม่แห้งเกินไปดูจะเหมาะที่สุดเวลาทำความสะอาดให้เน้นบริเวณทีโซน หลังล้างหน้าเสร็จบำรุงด้วยผลิตภัณฑ์ประเภทเซรั่มเอสเซ้นส์ และอิมัลชั่นเพราะซึมเข้าสู่ผิวเร็วโดยไม่ทิ้งความมันหลังจากนั้นควรทาครีมกันแดดแบบโลชั่นที่สามารถป้องกันการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ
  • ผิวแห้ง : เหมาะกับผลิตภัณฑ์ล้างหน้าประเภทเจลหรือใช้พวกคลีนซิ่งครีมทำความสะอาดเมคอัพแล้วล้างด้วยน้ำเปล่าตามปกติ หลังล้างหน้า ฉีดสเปรย์น้ำแร่แล้วตามด้วยครีมบำรุงโดยเน้นบริเวณข้างแก้ม กินน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
  • ผิวผสม : ควรใช้เจลหรือโฟมล้างหน้าอ่อนๆ ที่ช่วยลดความมันส่วนเกินเนื่องจากเกิดสิวได้ง่าย ส่วนผิวที่แห้งใช้สบู่อ่อนๆเพื่อรักษาน้ำเลี้ยงใต้ผิวหนังให้ชุ่มชื่น ไม่แห้งจนเกินไปส่วนขั้นตอนบำรุงเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวโดยเน้นบริเวณแก้มสองข้างเช่นเดียวกับผิวแห้งควรทาครีมกันแดดทุกวัน

อาหารการกินก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้คุณมีผิวสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก

  • อาหารสำหรับผู้ที่มีผิวหน้ามัน เพื่อป้องกันการเกิดสิว เช่น มะนาว มะเขือเทศ หัวไชเท้า กะกล่ำปลี ผักโขม ผักกาด ผักกาดหอม ไข่ไก่ หน่อไม้ฝรั่ง พืชตระกูลถั่ว
  • อาหารสำหรับผู้ที่มีผิวหน้าแห้ง คือ แอปเปิ้ลนมสด ข้าวสาลี อัลมอนด์ ถั่วเหลือง ข้าวโพด
  • อาหารสำหรับผู้ที่มีผิวผสม คือ ฝรั่ง มังคุด ขึ้นฉ่าย ถั่วลันเตา นมสด โยเกิร์ต
    นี่เป็นอาหารเฉพาะสภาพผิว แต่ละชนิดยังมีอาหารที่ทำให้ผิวสวยอีกจ้า

เรามาดูกันสิ่งที่ทำให้ผิวสวยขึ้นอีกมีทั้งโปรตีน และวิตามินต่างๆ

  • มะม่วงสุก มีวิตามินเอ อี ซี ช่วยบำรุงผิวแถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันมะเร็งผิวหนังแต่กินวันละ1/2 ผลขนาดกลาง
  • อัลมอนด์ มีโปรตีน วิตามินบี อี และโอเมก้า3 ช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวหนัง เส้นผมและชะลอริ้วรอย ไม่ควรกินเกินวันละ 10 เม็ด หรือ 1 กำเล็ก ๆ
  • เห็ดอุดมด้วยโปรตีนและวิตามินบีรวม ช่วยบำรุงผิวและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ แถมยังกินได้ไม่จำกัด เพราะให้พลังงานต่ำไม่ต่างจากผัก
  • เชอร์รี่ มีวิตามินซีคอลลาเจนและสารต้านอนุมูลอิสระสูงช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นผิวและสมานแผลแถมยังชะลอริ้วรอย ผลไม้ไทย ๆ อย่างฝรั่งและส้มก็ให้วิตามินซีสูงไม่แพ้กันปริมาณที่แนะนำต่อวันคือ 1 ถ้วย ถ้าเป็นเชอร์รี่ก็ 12 ผล ส้ม 1 ผลเล็กและฝรั่ง 12 ผล
  • หอยนางรม มีวิตามินเอ บี ซี ดี อุดมด้วยธาตุเหล็ก แคลเซียมไอโอดีนและสังกะสีที่ช่วยป้องกันสิวทำให้ผิวยืดหยุ่นและชุ่มชื่นควรกินไม่เกินวันละ 50 กรัม หรือ 4 ตัว
  • นมสดที่สำคัญนมนั้นดีกว่าอาหารเสริมจำพวกวิตามินทั้งหลายนอกเหนือ จากแคลเซียมที่มีอยู่ในนมแล้ว ยังมีวิตามินต่างๆ เช่น เอ บี ดี อี เค รวมไปถึงโปรตีน แมกนีเซียม ฟอสฟอรัสโปแตสเซียมเซเลเนีม และสังกะสี ซึ่งอยู่ในปริมาณพอเหมะเท่าที่ร่างกายต้องการเราเลือกดื่มนมวันละ 2 แก้ว ก็เติมความแข็งแรงให้กับสุขภาพแล้ว

 

อาหารที่ช่วยบำรุงผิว บางชนิดแคลอรีสูงกินแต่พอดีจะได้ไม่ต้องมาลดความอ้วนกันอีกนะค่า

ข้อคิด* สาวๆออฟฟิศที่ทำงานในห้องแอร์ควรพกสเปรย์น้ำแร่ฉีดไว้เมื่อรู้สึกว่าผิวขาดความชุ่มชื่น ไม่ควรปล่อยให้ผิวแห้งเพราะผิวจะยิ่งผลิตน้ำมันออกมาชดเชยเป็นสาเหตุทำให้เกิดสิว และควรดื่มน้ำสะอาดวันละ 8 แก้ว ย้ำนะคะเพื่อสุขภาพที่ดี