ลูกประดอง

ลูกประดอง

ลูกประที่จะทำการดอง ใหม่สดที่พึ่งหล่นจากต้น เม็ดเต็ม ไม่ลีบ ต้นประซึ่งขึ้นอยู่ในป่า มีชาวบ้านที่อยู่พื้นที่เข้าป่าไปเก็บออกมาขาย

มีแต่ที่คือภาคใต้ที่เดียวหรือเปล่าไม่ทราบ แต่ไม่เคยเห็นที่ใหนนอกจากภาคใต้  แต่ที่ซื้อมาดองอยู่ในป่าวังลุงค่ะ สามีซื้อมาค่ะ

เมื่อได้ลูกประมาแล้ว ก็ทำการ ต้มก่อนค่ะ

  • ต้มให้พอสุก จะรู้ว่าสุกหรือไม่ก็ต้องเอาไม้ทุบๆ ให้แตกเล็กน้อยแล้วแกะเปลือกออกมากัดดู ว่าสุกหรือไม่

ภาพถ่าย0724

  • แล้วนำมาพักให้เย็น จัดการเติมน้ำ + เกลือ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ให้ออกเค็มนิดๆ
  • ใส่กระปุก ดองไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ ดูว่าน้ำที่ดองมีสีขุ่น หรือหอมกลิ่นเปรี้ยว เป็นอันว่ากินได้

การกินลูกประดอง นั้น

เราต้องเอาลูกประที่ดองเปรี้ยวแล้วมาล้างน้ำ

10409-51998  ภาพถ่าย0723

ตีให้เปลือกแตกแล้วนำมาใส่ถ้วยเติมน้ำใหม่

DSC00686_0

ความเค็มจะคายออกมาจากลูกประเองทำให้มีรสชาด เปรี้ยวๆ เค็มๆ มันๆ

 

 

ทริป * สาระง่ายๆ สไตล์ สุจิตรา

สะตอดอง บ้านฉัน มาดูการทำสะตอดอง

5555 เมื่อตอนก่อนเดือนสิบ ของภาคใต้ เป็นช่วงที่สะตอออกมาเยอะมาก

แถมที่บ้านมีสะตอเยอะ เลยจะทำการ ถนอมอาหารให้ไว้กินได้นานๆ แถมแจกเพื่อนให้ หอมฟุ้งกระจาย

วันนี้เลยมาแนะนำ เมนู สะตอดอง กันค่า

มาดูวิธีการทำการเลยค่า

  • สะตอ แก่จัด เป็นอันดี เพราะเวลาที่ดองเก็บไว้ได้นาน ๆ เมล็ดไม่เปื่อยยุ่ย ง่าย
  • เกลือ เม็ด

แต่น แต้น แต๊น !!!

1341891822

  • นำ สะตอสดแก่ๆ ยิ่งดี เมล็ดจะเต่งตึง มาลวกพอให้แกะเมล็ดออก  ** ถ้าสะตออ่อน จะทำให้เมล็ดเปื่อยได้ง่าย
  • นำถังใส่น้ำธรรมดาไว้ 1 ถัง  ** เพื่อการที่เราแกะเมล็ดสะตอออกแล้วก็นำลงถังน้ำให้เมล็ดสะตอ คายความร้อน

expert-7454-2

  • เมื่อเมล็ดสะตอเย็นแล้ว ก็ทำการล้างเอาเยื่อบางๆ ซึ่งอาจจะติดมากับเมล็ดออกให้หมด จะได้สะอาดเอื่่ยมอ่อง

1214201762

  • ขั้นตอนนี้เป็นการดองแล้วละค่า การดองมีอยู่ 2 แบบค่า แบบแห้งและแบบเปียก
  • ดอง แบบแห้ง จะเก็บไว้ได้นานกว่าแบบเปียก
  • นำเมล็ดสะตอที่จะดองมาคลุกเคล้ากับ เกลือ (ถ้าเป็นเกลือเม็ดยิ่งดี รสเค็มจะซึมดีกว่าแบบผง) ให้ออกเค็ม
  • ถ้าไม่เค็มจะทำให้เมล็ดสะตอเน่าได้ วิธีที่รู้ว่าเค็มหรือไม่ คือชิมค่ะ ให้ชิมน้ำที่ซึมออกมาจากเมล็ดสะตอ
  • ให้ออกรสเค็มๆ กว่าเราทำกับข้าวค่า เพราะว่าจะทำให้เก็บไว้ได้นาน
  • ใส่ถัง หรือ กระปุก ก็ได้ ถ้าไม่มากอะไร ตอนแรกก็ลองๆ กันไปก่อน ว่าสะตอขนาดนี้ เกลือประมาณนี้พอมั๊ย กะๆเอาค่า

DSCN1031

  • หมักไว้สัก 1 อาทิตย์ ก็ดูว่าเมล็ดสะตอมีกลิ่นเปรี้ยวแล้ว เป็นอันกินได้ (ถ้าสะตอยังไม่เค็มก็เติมเกลือลงไปอีกได้)
  • ตอนเราเอามากิน เราต้องล้างเมล็ดสะตอสัก 1 น้ำ ก่อนค่ะ
  • แล้วเอาเมล็ดสะตอมาใส่ถ้วย เติมน้ำ เติมเกลือนิดหน่อยให้น้ำออกเค็มนิดๆ ถ้าเค็มไปก็เติมน้ำใหม่ได้ (เฉพาะที่เรากิน)

Photo-0054

DSCN1031

  • ดอง แบบแห้ง จะเก็บไว้ได้นานกว่าแบบเปียก เพราะไม่มีน้ำเป็นส่วนผสม

Photo-0052

  • แบบเปียก
  • นำเมล็ดสะตอที่จะดองแบบเปียกที่ลวกไว้แล้ว

1214201762

  • เอาน้ำใส่ถังหรือกระปุก

DSCN1031

  • ใส่เกลือ (เกลือต้องให้ออกเค็มมากหน่อย) เพราะต้องเผื่อน้ำไปด้วย

expert-7454-2

  • ใส่เมล็ดสะตอลงไป  ชิมดูให้ออกเค็มจัด
  • ปิดฝา หมักไว้ ประมาณ 1 อาทิตย์ ก็ตักแต่เมล็ดสะตอ มาล้างน้ำใหม่
  • เวลาจะกินให้เติมน้ำในถ้วยแล้วใส่สะตอลงไป เหมือนแบบแห้ง

เป็นวิธีที่ ชาวบ้านทำกันมาแต่โบราณ เพื่อเก็บไว้กินได้นานๆ เพราะตอนที่มีสะตอเยอะๆ ก็กินสดไม่หมด

เลยเป็นการถนอมอาหารโดยการนำมาดอง

 

ทริป * สาระง่ายๆ สไตล์ สุจิตรา

 

แกงจืดตำลึง หมูสับ

วันนี้มาแนะนำเมนู ง่ายๆ กันค่ะ มีชื่อว่า แกงจืดตำลึงหมูสับ

ภาพถ่าย0713

วัตถุดิบที่จะทำ

1. เนื้อหมู 3 ชั้น

2. ยอดตำลึง ข้างบ้าน

3. น้ำปลา

4. น้ำตาลทราย

5. กระเทียมสับหยาบๆ 5 กลีบ

6. พริกไทยป่น

7. หม้อ

ขั้นตอนการทำ

  • นำเนื้อหมูมาหั่นเป็นชิ้นบางๆ สับๆ ให้เนื้อเข้ากันดี ประมาณนี้ค่ะ ถ่ายตอนกลางคืนเลยไม่ค่อยชัดเท่าไหร่
  • ตอนสับหมู ให้ใส่กระเทียมสับเล็กน้อย ลดกลิ่นคาว เติมน้ำปลา หน่อยๆ แล้วปันเป็น ลูกกลมๆ วางไว้รอลงหม้อ

ภาพถ่าย0714

  • ยอดตำลึง เด็ดมาจากรั้ว หรือซื้อมาจากตลาด ก็ทำการเด็ดยอด ใบอ่อนและใบเพลาส(กลางแก่กลางอ่อน) ล้างน้ำรอไว้

ภาพถ่าย0709 ภาพถ่าย0713

  • เมื่อเตรียม วัสดุไว้เรียบร้อยแล้วก็ทำการ ตั้งหม้อใส่น้ำพอประมาณ
  • เมื่อน้ำเดือด ให้ใส่ กระเทียมสับหยายๆ 2 -3 กลีบ ใส่เนื้อหมูที่ปั้นรอไว้
  • เมื่อน้ำเดือดอีกครั้ง เติมเครื่องปรุง น้ำตาล น้ำปลา แล้วใส่ยอดตำลึง ให้น้ำเดือดอีกครั้งให้ยอดตำลึงสลด

ภาพถ่าย0717  ภาพถ่าย0718 ภาพถ่าย0727

  • แล้ว ชิมรสชาด เติมพริกไทยป่นลงสักนิด เพื่อเพิ่มรสชาดและกลิ่นหอม ยอดตำลึงก็สุกพอดี
  • หมูก็นุ่ม(เราหมักหมูตอนที่รอลงหม้อนั่นแหละ)เพราะเราใช้เนื้อสามชั้นทำให้หมูไม่แข็งจนเกินไป

 ประโยชน์ของยอดตำลึง

  • ช่วยขับสารพิษในลำไส้
  • ช่วยป้องกันอาการท้องผูก
  • ช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้อง
  • ช่วยบำรุงเลือด (ใบ)
  • ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต (ใบ)
  • ช่วยป้องกันและรักษาโรคหลอดเลือดแข็ง ตีบตัน และแตกได้

นิยมใช้ยอดและใบกินเป็นผักสด อาจจะลวกหรือต้มจิ้มกินน้ำพริก และใช้ในการประกอบอาหารได้หลายอย่าง

เมนูตำลึง เช่น แกงจืด ต้มเลือดหมู แกงเลียง ก๋วยเตี๋ยว ผัดไฟแดง ไข่เจียว เป็นต้น และอีกหลายๆ อย่างที่เราสามารถนำมาดัดแปลงตามฝีมือของเรา สามารถปลูกได้เองง่ายๆ ตามริมรั้ว

ทริป * สาระง่ายๆ สไตล์ สุจิตรา

 

 

 

ฝันว่าตักบาตรพระ

เมื่อคืน ได้นอนหลับฝันไปว่า พระมาที่ยืนบิณทบาตที่หน้าบ้าน

ตัวเราเองก็ได้หุงข้าวทำกับข้าวไว้แล้วเลยชวนลูกชายไปตักบาตรพระ ตื่นมารู้สึกมีความสุขมาก

ทำนายฝันว่า

จะมีญาติมิตรหรือคนที่อยู่ห่างไกลจะส่งข่าวหรือเดินทางมาหา
เป็นช่วงเวลาที่ต้องใช้ความพยายามจึงจะสมหวังในสิ่งที่ต้องการ
โชคดีจะเกิดขึ้นจากคนที่คุณไปช่วยเหลือ

ดวงความรักของท่าน

คนโสดจะมีเกณฑ์ได้พบรักกับคนที่มีเจ้าของแล้วเข้าให้อย่างจัง
คู่รักที่คบกันมานาน ถึงเวลาแล้วที่จะได้ประกาศฤกษ์ดีเสียที
ความรักของคุณค่อนข้างคลุมเครือ ไม่รู้ว่าคุณจะถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งแฟนหรือกิ๊กกันแน่

ดวงการเงิน การงานของท่าน

หลังจากนี้ไปอีกประมาณ 1 เดือนจะมีโชคมีลาภจะได้รับเงินหรือส่วนแบ่งจากการงานในช่วงนี้
เงินไม่คล่องมือ ต้องจ่ายเกี่ยวกับสุขภาพของท่านหรือการเรียนของลูกหลานหรือเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย
ใครที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดียิ่งมีโอกาสไขว่คว้าหาผลประโยชน์ได้มากแต่ต้องขวนขวายด้วยตัวเองด้วย

ไม่ว่าฝันนั้นจะเป็นอย่างไร จะเป็นลางสังหรณ์ที่แม่น หรือ ไม่แม่น ก็เป็นเรื่องของฝัน แต่ตัวเราก็ยังต้องมีชีวิตที่ต้องเดินหน้าต่อไป

ทริป * สาระง่าย สไตล์ สุจิตรา

ปลาใส่อวน (ข้าวสารคั่ว) หรือ ปลาเค็ม

เมื่อ สามีได้ปลาน้ำจืดมากเป็นพิเศษ จากการลากอวนจึงได้คิด ว่าจะทำอย่างไรให้ได้กินนานๆ และความคิดแว็บๆว่าจะถนอมอาหารโดยการหมักดองค่า แล้ว ปิ๊ง ปิ๊ง !!! ปลาใส่อวนหรือ ปลาเค็ม ค่า ท่านผู้ชม (เป็นภาษาใต้ที่เรียกกัน แถวๆบ้านค่า)
เรามาดูว่าปลาใส่อวนที่ว่าเป็นอย่างไรกันแน่ 555

แว่บ แว้บ  *** มาสำรวจปลากัน

ปลาที่ได้มา เป็นปลาน้ำจืด เรียกกันว่า ปลาขี้ขม ปลาหลาวทอง (ภาษาบ้านฉัน)
ภาพถ่าย0877 ภาพถ่าย0666

สิ่งที่ต้องเตรียม การทำปลาใส่อวนหรือปลาเค็ม

1. กระปุก สำหรับใส่ปลา
2. ข้าวสาร คั่ว 1 ถ้วย
3. น้ำตาลทราย 2-3 ช้อนโต๊ะ
4. ปลาน้ำจืด 1/2  กิโล โดยประมาณ

วิธีการทำ ปลาใส่อวนหรือ ปลาเค็ม

* เมื่อได้ปลามาแล้ว ทำการขอดเกล็ด ควักไส้ พุง เหงือก ออกให้หมด ล้างให้สะอาด ดังรูป พักไว้ให้ สะเด็ดน้ำ
ภาพถ่าย0896
* นำปลามาโรยเกลือ สัก 1 กำมือ ใส่กระปุก หมักไว้ 1 คืน
** ถ้าหมักไว้แล้วตัวปลาดูบวมๆ ให้เติมเกลืออีกนิดหน่อยได้ค่า เพราะว่าเกลือซึมไม่ถึงตัวปลา
(เรียกปลาไม่ถึงเกลือ) ภาษาบ้านฉัน
** ถ้าปลาที่หมักไว้ ตัวแข็งๆ เป็นอันใช้ได้ เพราะเกลือซึมทั่วตัวปลา เนื่องจากปลาและเกลือ ปริมาณพอดีกัน
* เมื่อได้ปลาที่หมักเกลือสมบูรณ์แล้ว นำมาเทน้ำเกลือเป็นน้ำที่ออกจากปลา ให้หมดผึ่งพอแห้งหมาดๆ เป็นดี รอไว้
* นำข้าวสาร 1 ถ้วย ปริมาณแล้วแต่จำนวนปลาที่ได้ นำไปล้าง 1 ครั้ง แล้วตั้งกระทะคั่วให้เหลือง
ภาพถ่าย0914
* เมื่อคั่วได้เหลืองได้ที่แล้ว ก็นำไปบดให้ละเอียด หรือ ปั่นกับเครื่องปั่นก็ได้ ถ้าไม่มี ครกค่ะ ตำๆ ให้ละเอียดเป็นอันใช้ได้
* นำปลาที่สะเด็ดน้ำดีแล้ว มาเรียงกันใน กระปุกที่เราเตรียมไว้ แล้วโรยข้าวคั่วที่บดละเอียดแล้วลงไปบนตัวปลา ดังรูปเห็นๆ
ภาพถ่าย0925  ภาพถ่าย0926
* แล้วโรยน้ำตาลทรายไปสัก 2-3 ช้อนโต๊ะ คลุกเคล้าให้เข้ากับ ข้าวคั่วและปลา
*  ปิดฝากระปุกให้สนิท เพื่อไม่ให้แมลงวันตอม ซึงอาจเป็นหนอนแมลงวันได้
* หมักไว้ 3-5 คืน แล้วแต่ว่า คนมือเบา หรือมือหนัก (เป็นภาษาบ้านฉัน) อีกละค่า หรือว่า อีกรูปเน้นๆ
Photo-0012_e1  ภาพถ่าย0855 Photo-0011_e1
** เติมน้ำตาลมากก็ทำให้ปลาเปรี้ยวเร็ว แต่เสียตรงที่เวลาทอด ทำให้ปลาไหม้ได้

Photo-0010_e2  Photo-0010_e2
** การทอดต้องทอด ไฟเบาๆ จะได้ปลาตัวสวยงาม ไม่ไหม้
ภาพถ่าย0939  Photo-0013_e1
** หรือจะต้มก็ได้

*** การต้ม เราต้องใส่น้ำในหม้อ 555 ใส่ตะใคร้ เพิ่มความหอม ใส่หอมกระเทียม บุบพอแตก ขมิ้นทุบพอแตก

*** เมื่อน้ำเดือด ใส่ปลาลงไป ไม่ต้องคน เพราะเนื้อปลาจะเละ
*** เมื่อปลาสุก จะหอม กลิ่นตะใคร้  กลิ่นหอมกระเทียม และเหลืองขมิ้น เป็นอันเสร็จพิธี ไม่ต้องเติมน้ำตาลเพราะเราใส่ตอนหมักแล้วจ้า     และแล้ว เราก็ได้ปลา ใส่อวนต้ม อีกเมนู นอกจากที่เรามีเมนูทอดแล้ว
ลักษณะปลาใส่อวนหรือปลาเค็ม ที่ทอด จะเหลือง หอมกลิ่นข้าวคั่ว กลิ่นเปรี้ยวจากการหมัก

 

ตักข้าวสวยร้อน ๆ  พร้อมแกงส้ม อีกสักถ้วย รับรอง อร่อยแบบบ้านๆ เป็นอิิ่มพุงกาง 555

ทริป * สาระง่ายๆ สไตล์ สุจิตรา

ไก่บ้านต้มขมิ้น ไก่ต้มขมิ้นแบบบ้านนอก

เรื่องของเรื่องคือ เลี้ยงไก่บ้านไว้ 4-5 ตัว แต่มันดันไม่ได้รับเชิญเข้าไปในบ้าน สามี เลยจัดการฟาดด้วย

ไม้กวาด ดับสนิท เลยได้เป็น แขกรับเชิญเป็น ไก่ต้มขมิ้น เป็นเมนูรับเชิญซะงั้น
เรามาทำเมนู ไก่ต้มขมิ้นกันเถอะ

ส่วนประกอบไก่ต้มขมิ้น

1. ไก่ที่ถอนขนเรียบร้อยแล้ว สับๆ เป็นชิ้น ๆ ขนาดพอคำ ล้างเตรียมไว้
2. ขมิ้น 1 หัวเท่าหัวแม่มือ ตบหนักๆ ให้แตก ๆ
3. หอม 1 หัว กระเทียม 1 หัวใหญ่ ตบเบาๆ ให้แตก
4. เกลือ
5. ข่า ตะไคร้ แก้คาว  ตบหนักๆ ให้แตก
6. มะนาว ผ่าคั้นน้ำ 2 ลูก
7. หม้อ หรือ กระทะ สำหรับต้ม

 

ขั้นตอนทำไก่บ้านต้มขมิ้น

  • ตั้งกระทะใส่น้ำสักครึ่ง กระทะ เปิดไฟรอให้น้ำเดือด ปุด ๆ
  • นำไก่ที่เราสับเป็นชิ้น ๆ เตรียมไว้ รอให้น้ำเดือดแล้วเอาไก่ที่เตรียมไว้ลงกระทะ

ภาพถ่าย0934

  • ต้มต่อสัก 10 นาที ใส่ขมิ้น  หอม กระเทียม ข่า ตะไคร้ ที่ตบๆ เตรียมไว้ *ตะไคร้ไปไหนหว่า

ภาพถ่าย0936

  • เมื่อน้ำเดือดเป็นฟอง ช้อนฟองออกให้หมด น้ำต้มจะใสแจ๋ว เติมเกลือ ไปสักเล็กน้อย ถึงมาก 1 ช้อนชา

ภาพถ่าย0938

  • ต้มต่อไปอีกนิด เติมน้ำมะนาว ลงไป อย่าคนมากตอนเติมมะนาว เพราะน้ำมะนาวจะทำให้น้ำต้มขุ่นได้
  • ชิมรส ให้เครื่องปรุง เข้ากันดี ออกรส เปรี้ยว นิดๆ เค็ม หน่อยๆ หอมขมิ้น กลิ่นกระเทียม หอมกลิ่นตะไคร้
  • ไม่ต้องเติมน้ำตาล เพราะว่า เนื้อไก่ที่ยังสด น้ำต้มจะหวานด้วยตัวของมันเอง
  • เมื่อต้มไก่เปื่่อยได้ที่ รสชาดอร่อยเลิศ ตามสไตล์เรา ยกลงจากเตา

ภาพถ่าย0937

  • ตักข้าวรอ ไก่ต้มขมิ้น ซดตาม 555 อร่อยเหาะ

ลักษณะ ของไก่ต้มขมิ้น

น้ำต้มสีเหลืองขมิ้น สวยๆ หอมเครื่องปรุง ข่า ตะไคร้ หอม กระเทียม

ขอบคุณภาพ จากอินเตอร์เน็ต

ทริป * สาระง่ายๆ สไตล์ สุจิตรา

 

 

 

ชาเขียว มีดีกว่าที่คิด ช่วยชะลอความแก่ได้

คราวที่แล้ว เราใช้ชาเขียว แก้รังแค กัน

วันนี้มาดูกันว่า ชาเขียวมีอะไรดีมั่ง ที่ดีต่อสุขภาพของเราและควรบริโภคเป็นประจำ

??????????

เมื่อผลการทดลองปรากฎเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่า สารแอนติออกซิแด๊นซ์โพลิฟีนอล มีประสิทธิภาพในการต่อต้านโรค ที่น่ากลัวอย่าง        โรคมะเร็ง ด้วยเหตุนี้นักวิทยาศาสตร์จึงทำการแยก โพลิฟีนอล สำคัญๆ ออกจาก ชาเขียว ที่มีอยุู่ 5 ชนิดด้วยกัน มีอะไรบ้างนะ มาดูกัน

1. แกลโลคาเทชิน (จีซี)   2. เอปิคาเทชิน (อีซี)   3. เอปิแกลโลคาเทชิน (อีจีซี) 

4. เอปิคาเทชิน แกลเลต (อีซีจี)   5. เอปิแกลโลคาเทชิน แกลเลต (อีจีซีจี)

มาดูกันว่าตัวไหนที่ต่อสู้กับ โรคมะเร็ง เมื่อได้ทดสอบกับหนูทดลองโดยฉีดสารแต่ละชนิดและฉีดสารก่อมะเร็งเอ็นเอ็นเค ซึ่งนักวิทยาศาสต์พบว่า โพลีฟีนอลที่่มีประสิทธภาพในการลดการเป็นมะเร็งมากที่สุดคือ  * เอปิแกลโลคาเทชิน แกลเลต (อีจีซีจี) * ซึ่งลดได้ราวๆ 30 %

เมื่อการวิจัยล่าสุด พบว่า ชาดำป้องกันโรคหัวใจ โรคนิ่ว โรคลมปัจจุบันได้อีกด้วย แต่ชาเขียวยังมีสรรพคุณโดดเด่นขึ้นไปอีก ที่ต่อต้านเชื้อแบคทีเรียต่างๆ เช่น เชื้อไวรัส โรคไข้หวัดใหญ่ สำหรับคุณผู้หญิงที่ดีที่สุดคือ จำกัดการสะสมไขมันส่วนเกินในร่างกาย และชะลอความแก่ได้

แต่นแต้นแต๊น !!! ชา *ถ้วยร้อนกรุ่น*  มีสารมหัศจรรย์ ชนิดนี้ ที่มีความสามารถดังต่อไปนี้

* ส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันไม่ไห้ระบบภฺูมิคุ้มกันได้รับความเสียหายจากการทำปฎิกิริยาออกซิเดชั่นและอนุมูลอิสระ

* กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน กระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันเร่งทำการต่อต้านเชื้อจุนทรีย์แปลกปลอม

* ป้องกันไม่ให้เซลล์ที่ดีแปรสภาพเป็นเซลล์มะเร็ง

* ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้องอก

* ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอล

* ช่วยรักษาสมดุลยภาพของเหลวในร่างกาย

* ช่วยควบคุมความดันเลือด ดีสำหรับคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง

* ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

* ลดปัจจัยเสี่ยงของโรคลมปัจจุบัน โดยทำให้เม็ดเลือดแดงมี (ความเข้มข้น) น้อยลง *ใสขึ้น*

* สกัดกั้นการรุกรานของเชื้อไวรัส เชื้อราและเชื้อแบคทีเรียที่ปะปนในอาหาร

* ต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก เป็นสาเหตุของโรคฟันผุและกลิ่นปาก

* ชะลอความแก่ โดยกำจัดภาวะความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระให้แก่เซลล์เนื้อเยื่่อ

* ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ที่เป็นอันตราย ที่เป็นสาเหตุ โรคอหิวาต์ โรคปอดบวม ฝีหนอง อาหารเป็นพิษ โรคบิด

* ต่อต้านเชื้อ เอ็มอาร์เอสเอ -สายพันธ์เดียวกับเชื่้อ สเตฟิโลค๊อคคัสออเรอัส ที่่ดื้อยา

* ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงในโรคลมชักของสัตว์ทดลอง (ป้องกันการชักซ้ำ)

* เป็นยาบำรุงโดยไม่รบกวนการทำงานของระบบประสาท หรือทำให้นอนไม่หลับ

* ช่วยรักษาอาหารและเครื่องสำอางค์ไม่ไห้บูดเสีย หมดอายุเร็วกว่าที่ควร

* ช่วยไม่ให้หิว

* ช่วยรักษาสมดุลยภาพของเหลวในร่างกาย

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต และหนังสือชุด อาหารและสุขภาพ

 

ทริป * สาระง่ายๆ สไตล์ สุจิตรา

 

แบบไหนคือคุณ ในแบบมนุษย์ที่ต้องทำงาน หาเงิน เลี้ยงชีพ

เมื่อเราเป็นมนุษย์ที่ต้องทำงาน หาเงิน เลี้ยงชีพ หรือเลี้ยงอื่นๆ เรามาดูกันว่างานที่เราทำเหมาะกับเราหรือไม่ หรือถ้าเหมาะแล้วเราจะสามารถพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นอย่างไร ให้ได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก งานที่เราทำ และเราต้องหาโอกาสอบรม เพื่อพัฒนาความรู้ทักษะให้เป็นอาวุธสำคัญของเรา

 * จอห์น แอล ออลแลนด์ *  นักจิตวิทยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวถึงบุคลิกภาพคนไว้ 6 แบบ คุณเป็นแบบไหนมาดูกัน

        1. แบบจริงจังไม่คิดฝัน

เหมาะกับกิจกรรมที่ใช้พละกำลัง ทำงานกลางแจ้งไม่ค่อยชอบสังคม เป็นคนที่่บากบั่น อดทน อาชีพที่่เหมาะ เช่น วิศวกร นักบิน สัตวแพทย์ ทหาร ช่างต่างๆ ครูสอนพลศึกษา ประมง ป่าไม้

2. แบบใช้เชาวน์ปัญญาและความคิด

ชอบสังเกตุ คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาแบบมีหลักการ เชื่อมั่นในตนเอง มีความเห็นรุนแรง อุทิศให้กับงานเต็มตัว  อาชีพที่เหมาะ  เช่น แพทย์ เถสัชการ นักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ นักเคมี นักจิตวิทยา นักสังคม นักโบราณคดี

     3. แบบมีศิลปะ

ชอบกิจกรรมที่เป็นนามธรรม รักอิสระ มีความเป็นตัวเองสูง ชอบทำตามใจปราถนา รักศิลปะ       มักเก็บตัว อาชีพที่เหมาะ เช่น สถาปนิก มัณฑนากร จิตร นักหนังสือพิมพ์ นักแสดง บรรณารักษ์ ประชาสัมพันธ์

        4. แบบชอบสังคม

ชอบติดต่อ พูดคุย ให้ความรุู้ ร่าเริง หลีกเลี่ยง งานเครื่องยนต์ หรือวิทยาศาสตร์

อาชีพที่เหมาะ เช่น นักรัฐศาสตร์ พัฒนากร ตำรวจ นักแนะแนว พยาบาล ฝ่ายบุคคล     ผู้จัดการโรงแรม

     5. แบบกล้าคิดกล้าทำ

เป็นผู้นำ คิดริเริ่ม เชื่อมันใจตนเอง ชอบใช้ปัญญา ร่าเริงสนุกสนาน ทำตามอารมณ์

อาชีพที่เหมาะ เช่น นักธุรกิจ นายธนาคาร นายหน้าประกัน นักการเมือง ข้าราชการ      ผู้พิพากษา ทนายความ แอร์โฮสเตส

 6. แบบระเบียบแบบแผน

ชอบทำกิจกรรมรูปธรรม กิจกรรมทางภาษา ยึดถือประเพณี รับผิดชอบ กล้าแสดงผลงาน

ชอบพึ่งพาผู้อื่น อาชีพที่เหมาะ เช่น เลขานุการ สมุห์บัญชี เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ พนักงานต้อนรับ พนักงานพิมพ์ดีด

ขอบคุณข้อมูลดี จาก หนังสือพิมพ์ M2F

ทริป * สาระง่ายๆ สไตล์ สุจิตรา

ราศีพิจิก ดวงความรัก

ดวงความรัก ราศีพิจิก (24 ตุลาคม ถึง 22 พฤศจิกายน)

ดูดวงสาวราศีพิจิก

สาวพิจิก รักความรู้สึกโล่งๆ ว่างๆ มีเสรีภาพ เป็นคนฉลาดหลักแหลม เอาชนะคนได้ด้วยปัญญา เป็นคนซื่อตรงน่ารัก ยกเว้นบางเวลาที่เธออยากทำลายบางอย่างให้พินาศ ก็จะทำได้ในทันทีเช่นกัน เธอไม่ใช่คนสวยเท่าไรนัก แต่เป็นสาวที่ชายหนุ่มติดใจและอยากรู้จักมากที่สุดคนหนึ่ง

ดูดวงบุคลิกท่วงท่าหน้าตา

สาวพิจิกมีใบหน้าคม สวย โดยเฉพาะนัยน์ตาของเธอ คมแสนคม มองมาทีไรทำเอาหัวใจแปล๊บๆ เต้นโครมคราม ไปตามๆกัน

  รูปร่างดี และกลัวความอ้วนมาก เธอจะดูแลร่างกายของเธอให้สเลนเดอร์เสมอ ถึงรูปร่างเธอจะค่อนไปทางผอม แต่ทรวดทรงตรงที่เธอความมีเธอก็มี ดังนั้นคุณไม่ต้องกลัวว่าได้เธอเป็นแฟนแล้วจะผิดหวัง

ท่าเดินของสาว แมงป่องนี้เหลือร้าย เธอเดินเร็วเหวี่ยงตะโพกและทอดขา สามารถทำให้ชายตะลึง ถึงกับต้องเหลียวหลังกลับมามองเธอจนลับสายตาเชียว

ดูดวงอุปนิสัย

แมงป่องสาวเก็บความลับเก่ง แต่มีความสามารถดึงความลับออกมาจากคนอื่นได้เป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง ถือว่าตัวเองเป็นใหญ่ และจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่เธอต้องการ

ทันสมัย เปรี้ยวปรี๊ด นั่นแหละสาวพิจิก เธอชอบแต่งตัวเฉี่ยว ทันสมัย สีสดใส จนใครๆ ต้องมองเหลียวหลัง ชอบผ้าพันคอ ผ้าโพกผม น้ำหอมกลิ่นยวนใจ พอคุณได้สูดน้ำหอมของเธอสักหน คุณอาจตาลายล้มตึงเอาง่ายๆ

สาวพิจิกเป็นสาวสมัยใหม่  คุณตามเธอไม่ค่อยทันหรอก เธอสูบบุหรี่ดื่มเหล้า ดื่มเก่งเสียด้วย เธอเป็นผู้หญิงที่ดูมีชีวิตชีวา อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย แต่ไม่ค่อยเลิกล้มความตั้งใจง่ายนัก กว่าคุณจะได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเธอได้ คุณก็แทบแย่เหมือนกัน เมื่อรู้จักเธอแล้วคุณจะพบว่าชีวิตเธอเปลี่ยนแปลงเสมอ ไม่เหมือนความตั้งใจของเธอหรอก

เธอเป็นคนหัวแข็งอย่างที่สุด ไม่มีใครเทียบได้ เมื่อโกรธจะระเบิด ทายใจยาก นาทีนี้หัวเราะ อีกประเดี๋ยวโมโหซะแล้ว เธอจะทำให้คุณหัวหมุนไม่รู้จะเอายังไงถูก

ดูดวงวิธีมัดใจ

สาวราศีนี้ไม่ใช่สาวที่คุณจะ นัดปุบเจอได้ปับ เธอไม่ชอบหรอกมันไม่ใช่สไตล์ของเธอถ้าลอบๆ แอบๆ ซ่อนๆ ละก้อมีหวังจีบได้ง่ายกว่า ความลึกลับทำให้เธอตื่นเต้น เวลาจะพาเธอไปไหนกินอะไร ทำยังไง คุณต้องเก็บเป็นความลับก่อน ถึงเวลานัดจริงๆ ค่อยเอาออกมาใช้

ข้อควรระวัง คุณต้องตรงเวลา อย่าได้ยืดยาดอืดอาดเป็นอันขาด

จะจีบเธอก็อย่าทำให้เธอเก้อ จะไปไหนควรเกริ่นๆ กับเธอไว้บ้างเธอจะได้แต่งตัวถูกถึงเวลากิน ไม่ต้องพาไปร้านหรูนัก ขอให้เป็นที่เงียบๆ มีอาหารทะเลก็จะดี สาวพิจิกส่วนมากชอบทานอาหารทะเล

ในช่วงเวลาแรกๆ ที่เพิ่งรู้จักกัน คุณอย่าทำตัวเป็นคนมือไวกับเธอเชียว อย่าเพิ่งจับมือถือแขนเธอ เธออารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ถ้าเธอไม่เอ็นจอย คุณก็แห้วพอดี เธออ่านยาก วิธีรักจึงต้องใช้เทคนิคบวกประสบการณ์อย่างซุปเปอร์ ไม่งั้นก็จะพังหลังจากนัดเจอกัน 1 – 2 หนแรก

เพราะฉะนั้นคุณต้องหมั่น ตามเธอให้ทัน เธอต้องการอะไรหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง ถมเท่าไรไม่ค่อยจะเต็ม เธอจะให้คุณคอยตามเอาใจอยู่เรื่อย ต้องการให้ซื่อตรงและภักดีต่อเธอ

ห้ามหลอกลวงเธอ ถ้าเธอเจอว่าคุณจะหลอกให้เธอหลง ก็คอยดูฤทธิ์เดชของแม่เถอะ ไม่อยากจะคิดเลย ว่าควันออกหูนั้นเป็นเช่นไร

skoorpija

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

 ทริป * สาระง่ายๆ สไตล์ สุจิตรา

ว่าน งาช้าง รักษาฝ้า

ว่านงาช้าง ใช้รักษาฝ้า

Photo-0028

สรรพคุณ ของว่านงาช้าง

บำรุงโลหิตได้ดี โดยเอาใบว่านงาช้างเขียวประมาณ 1 กำมือ  ดองกับเหล้าขาวหรือเหล้าโรง 1 ขวด ดองไว้ประมาณ 1 เดือน แล้วเอามาดื่มเพียงครั้งละค่อนถ้วยตะไล เวลาเย็นวันละ 1 ครั้ง หรือจะดื่มเช้าและเย็นก็ได้ ก่อนอาหาร

หากว่าไม่ชอบดื่มเป็นเหล้า

ให้เอามาต้มเป็นยาต้มก็ได้ ให้ดื่มก่อนอาหารเช้าและเย็น  วันละ 2 เวลา ครั้งละ 1 ถ้วยตะไล

จะทำให้มีผิวพรรณเปล่งปลั่ง

รักษาอาการใบหน้าเป็นฝ้าหน้าตกกระ โดยเอาใบของว่านงาช้างมาล้างให้สะอาด                   แล้วเอามาตัดเป็นท่อนสั้นๆ โขลกหรือทุบให้แตกออกมากๆ เอาไปต้มกับน้ำสะอาด                เอาน้ำยาที่ได้มาดื่มครั้งละ 1 ถ้วยตะไล เช้าเย็นอย่างละครั้ง

* ใช้ขับโลหิตเสีย โลหิตเป็นพิษหลังคลอด  โดยให้เอาใบของว่านงาช้างเขียว                        มาล้างให้สะอาด ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ โขลกให้ละเอียดเสียก่อน เอามาต้มสัก 1 กำมือ                       ใส่น้ำพอท่วมขึ้นมาพอสมควร ต้มไปสัก 15 นาที ยกเอาลงมาให้เย็นลงตามปกติ                          พออุ่นๆก็รินเอาดื่มครั้งละ 1 ถ้วยตะไล เช้าและเย็น ก่อนอาหาร ทุกวัน
ทริป * สาระง่ายๆ สไตล์ สุจิตรา