ฝันเห็นช้าง หลายตัว หมายความว่าอะไร

ฝันเห็น ช้างหลายตัว

เมื่อคืน ลูกชายบอกว่าแม่ๆ ลูกฝันว่าพ่อเอาช้างมาผูกไว้ที่บ้าน 5 ตัว              แต่เชือกขาดไปเสีย 1 ตัว ลูกเลยไปตามจับมาได้ ก็เหลือครบตามเดิม 5 ตัว

ทำนายฝันว่า

จะ มีลาภใหญ่ จะมีอำนาจวาสนา ยศถาบรรดาศักดิ์ จะมีผู้ใหญ่ให้ความอุปการะค้ำชู

จะได้รับเกียรติในแวดวงสังคม
จะมีโชคอยู่ทางทิศใต้ มาจากคนผิวสองสี
ระวังเรื่องอารมณ์ของคุณให้ดี เพราะมันจะนำมาซึ่งความเลวร้าย
ไม่ว่าคุณจะทำอะไรดูเหมือนว่าจะมีอุปสรรคไปหมด

ดวงของความรัก

คนโสดจะมีการเปลี่ยนแปลงความคิดที่เกี่ยวกับคนที่เข้ามาพัวพัน อาจจะเปิดโอกาสทางด้านความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อน
จะต้องระวังเรื่องคนรักมีเกณฑ์นอกลู่นอกทาง คุณต้องเอาใจใส่คนรักให้ดีนะ
คุณจะได้พบรักกับคนต่างวัย แต่ไม่รู้ว่าจะถูกใจคุณหรือเปล่า

ดวงด้าน การเงิน และการงาน

อย่าฝากใครเข้าทำงานเพราะจะมีปัญหาให้หนักใจ  ควรให้ผ่านพ้นช่วงปีนี้ไปก่อนแล้ว
สิ่ง ที่ไม่ได้คาดฝันอาจจะเกิดขึ้นและผลของมันก็คือ คุณจะประสบกับภาวะเงินขาดมือช่วงนี้ทางที่ดีให้พยายามหาเงินสำรองไว้ให้ได้ มากที่สุด
กิจการทั้งปวงซึ่งต้องสัมพันธ์หรือต้องติดต่อกับต่างประเทศอาจมีอุปสรรค เพราะการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน

เลขเด็ดทำนายฝันเลข 19, 39, 039, 931, 191
ทริป * สาระง่ายๆ สไตล์ สจิตรา

สวยสดใส ในวันมาก ทำให้ผิวหน้าสดใส อ่อนกว่าวัย

Photo-0012_e1
สาวๆค่ะ  มีสาระดีๆ มาฝากกันค่า
เพื่อทำให้ผิวหน้า สวยสดใส อ่อนกว่าวัย ตอนที่เป็นวันนั้นของเดือน มาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง
เป็นช่วงที่สาวๆ มีผิวอ่อนแอ เพราะภัยฮอร์โมน
ในช่วง 1 สัปดาหืก่อนมีประจำเดือน เป็นช่วงที่่ เจ้าฮอร์โมนตัวแสบอย่งโพรเจสเทอโรน ในร่างกายเพิ่มสุูงขึ้น ผิวจะอ่อนแอลง รูขุมขนกว้างขึ้น ผิวมันกว่าปกติ สิวขึ้นได้ง่าย และอาจจะอยากกินสิ่งแปลกๆ มากกว่าเดิมที่เคยเป็นอยู่ ดูๆไปก็คล้ายๆ คนแพ้ท้องเหมือนกันนะ อิอิ แต่สาวๆควรงดใช้เครื่องสำอางค์ใหม่ๆ ที่ยังไม่คุ้นเคยกับผิวพรรณของเรา เพราะอาจจะนำปัญหาของผิวให้สาวๆ กลุ้มใจไปอีกประเด็นนะจ๊ะ แล้วจะทำอย่างไร เมื่อมีวันนั้นของเดือนหรือประจำเดือนนี่เอง ที่อาจจะทำให้สาวๆ มี อาการดังต่อไปนี้จ้า

หน้าบวมๆ ไม่เป็นรูปทรง

  • ในช่วงนี้รูปหน้าแบบ วีเซปเหมือนดาราอย่างที่ไฝ่ฝันนั้นยังไม่ได้เกิดขึ้น เพราะเป็นช่วงที่ฮอร์โมนเอสโทรเจนกับโพรเจสเทอโรนไม่สัมพันธ์กัน ทำให้มีการกักเก็บของเหลวไว้ในร่างกานมากกว่าปกติ ส่งผลให้ตัว และหน้าดู บวมๆ นั่นเอง

แนะนำ *  ก่อนเข้านอนนำผ้าขนหนูสะอาดบิดหมาดๆ ใส่ภาชนะที่่มิดชิด เช่น ถุงพลาสติก กล่องพลาสติก แล้วนำไปแช่ในตู้เย็นไว้ ก่อนล้างหน้าให้หยิบผ้าที่แช่ไว้เย็นๆ มาลูบ เช็ดบริเวณใบหน้า เบาๆ เน้น เบา ๆ ความเย็นจะช่วยให้อาการ บวมลดลงได้ แถมคุณเองจะรู้สึกสดชื่น และตื่นในขึ้นสดใสได้ อีกครั้ง

 

หน้าซีดไม่สดใส ไร้เลือดฝาด

  • นอกจากอาการอ่อนเพลียแล้ว สีผิวยังอาจดูซีดลง เนื่องจากร่างกายเสียเลือด

แนะนำ * ควรมาสร์หน้าโดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นทาลงบนผิวหน้า แล้วค่อยๆนวดเบาๆ ให้ทั่งประมาณ 3-5 นาที เพื่อเรียกให้เลือฝาดกลับคืนมาเลี้ยงผิวหน้าให้ดูเปล่งปลั่ง แล้วล้างออก

 

ผิวหน้ามันกว่าปกติ

  • เม่ื่อฮอร์โมนโพรเจสเทอรดรนเพิ่มสูงขึ้น ผิวหน้าจะผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ นอกจากจะสร้างความหงุดหงิดใจยังเป็นเหตุให้แต่งหน้าไม่ติดทนนานอีกด้วย

แนะนำ * ปรับเปลื่ยนสกินแคร์ใหนช่วงที่่มีรอบเดือนให้เป็นชนิดเบาบาง อ่อนโยนขึ้น ใช้ไพรเมอร์ชนิดเนื้อแมตต์เพื่อช่วยควบคุมความมันให้รองพื่้นติดทนนาน ลงรองพื่้นเพียงบางๆ ทั่วใบหน้าเน้นให้หนาขึ้นเฉพาะส่วนคางหรือข้างจมูกทีี่มีรอยแดง ใช้แป้งฝุ่นมากขึ้นเฉพาะบริเวณจมูกและคาง เพื่อช่วยดูดซับความมัน

 

สิวอักเสบแบบไม่ทันตั้งตัว

  • เมื่อต่อมไขมันผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมามากในช่วงมีประจำเดือนย่อมทำให้เกิดการอุดตันและเป็นสิวได้ง่าย ไม่ว่าระวังอย่างไรก็ยากที่่จะหลีกเหลี่ยง

แนะนำ * ใส่ใจการล้างหน้าให้มากขึ้น โดยเปลี่ยนมาใช้ คลีนเซอร์ที่มีสวนผสมของ                    กรดซาลิไซลิก เพื่อการทำความสะอาดผิวทีี่หมดจด ช่วงที่มีรอบเดือนลองงดผลิตภัฑณ์ที่ใช้อยู่ประจำสลัับมาเป็นครีมที่่มีส่วนผสมของ เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ ซึ่งมีส่วนช่วยในการกำจัดแบคทีเรียและผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก เพื่อไม่ให้ไปอุดตัวรูขุมขน ละเว้น ครีมบำรุงเนื่้อเข้มข้น เหนอะหนะ เพื่อลดปัญหาการอุดตันอันเป็นปัจจัยในการเกิดสิว ผ่านช่วงรอบเดือนแล้วค่อยกลับไปใช้ของแบบเดิมๆ

 

ดวงตาบวมๆ

  • ดวงตาเป็นส่วนที่สามารถบ่งบอกอารมณ์ ความรู้สึก ได้ดีที่สุด เพราะเขาบอกว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ใช่มั๊ยนี่ แม้ช่วงมีประจำเดือนบางคนไม่มีสิวขึ้น แต่ถ้าร่างกายอ่อนล้าจนมีทั้งถุงใต้ตาและรอยคล้ำ อย่างไรก็ดูไม่สวย สดใสอยู่ดี

แนะนำ * นำอายครีมแช่ทิ้งไว้ในตู้เย็นสักพัก เมื่อเย็นได้ที่ ให้ใช้นิ้วนางบรรจงทา อายครีมบริเวณใต้ตาให้เนื้อครีม ค่อยๆ ซึมซาบ ความเย็นจะช่วยให้หนังตาที่บวมหรือหย่อนคล้อยนั้นกลับยุบตัวลงและเต่งตึงขึ้น

 

** การแต่งตาแบบคัดเบ้ามีส่วนช่วยให้ดวงตาที่บวมยุบลงได้ แต่ควารหลีกเลื่่ยงการทำสโมกกี้อายบริเวณตาล่าง เพราะจะยิ่งเป็นการเน้นให้ดูโทรม การใช้มาสคาราปัดขนตาให้ยาวแผ่เรียงเส้นจะช่วยทำให้ดวงตาดูสดใส เปล่งประกายมีชีวิตชีวา วิ้งๆ ขึ้นทันตาเห็น

ขอบคุณข้อมูลจาก นิตยสารแพรว

ทริป * สาระง่ายๆ สไตล์ สุจิตรา

จริงหรือ กับสิ่งที่เชื่อ

ความเชื่อ ของคนนั้นมันมีมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

ตั้งแต่โบราณกาล จนถึงปัจจุบัน ยุคไฮเทค

10-41-01-1196137684

เม่ื่อคนเราเคยเชื่ออย่างไร ก็จะเชื่่ออย่างนั้น ถึงแม้ว่าจะมีคนอื่นมาบอกก็ไม่เชื่่อ เรามาดูกันว่าเราควรเชื่ออย่างไร หรือควรเชื่่ออย่างนั้นต่อไปหรือไม่

เคยเชื่อ / ผู้หญิงรูปร่างลูกแพร์เสื่่ยงเป็นโรคหัวใจ น้อยกว่าผู้หญิงรูปร่างแบบลูกแอ๊ปเปิ้ล

ผลพิสูจน์ / ผลการวิจัยพบว่า ผุู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณอวัยวะภายในค่อนข้างมาก มีแนวโน้มเป็นโรคหัวใจมากกว่าผู้ทีี่ไม่ค่อยมีไขมันสะสมตามอวัยวะภายใน ไม่ว่าบุคคลใดที่มีรูปร่างภายนอกอ้วนหรือผอม แบบใดก็ตาม โดยทั่งไปไขมันที่่สะสมตามอวัยวะภายในจะเพิ่มขึ้นตามอายุที่่มากขึ้น

เคยเชื่่อ / เมื่อเป็นแผล รวมทั้งแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ควรทิ้งไว้ให้แผลแห้งโดยไม่ต้องปิดแผล

ผลพิสูจน์ / การเปิดแผลเอาไว้เพื่่อให้แผลแห้งตกสะเก็ด ไม่ได้ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ตรงกันข้ามกลับทำให้แผลหายช้าลง เพราะเซลล์ใหม่ไม่สามารถเติบโตผ่านสะเก็ดแผลขึ้นมาได้           วิธีที่ดีกว่าคือ หลังจากทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือ ให้ทาเจลที่่ใช้สำหรับรักษาแผลโดยเฉพาะ แล้วปิดผลาสเตอร์ยา จะช่วยให้ร่างกายสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนได้เร็วกว่าแล้วยังป้องกันการติดเชื้อได้อีกด้วย

เคยเชื่่อ / แม้ปลาจะมีประโยชน์ แต่มลภาวะในปัจุบันทำให้ปลามีสารปรอทสะสมอยู่ซึ่งอาจเป็ํนอันตรายต่อสุขภาพ

พิสูจน์ / ผลการวิจัยหลายชิ้นไม่พลความเกี่่ยวพันระหว่างการรับประทานปลากับการเป็น           โรคมะเร็ง โรคหัวใจ หรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ ดังนั้นการรับประทานปลา อาหารทะเลในปริมาณที่เหมาะสม *สัปดาห์ละ 2 ครั้ง* จึงไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ สำหรับผู้ที่ยังกังวลเรื่องสารพิษ        นักวิจัยแนะนำให้เลือกรับประทานปลาที่มีขนาดเล็ก เพราะมีสารพิษสะสมในปริมาณน้อย

เคยเชื่อ /  ไม่ควรรับประทานไข่ทุกวัน เพราะทำให้คอเลสเตอรอลสูง เสี่ยงเป็นโรคหัวใจ

พิสูจน์ /  ผลการวิจัยพบว่า การรับประทานไข่วันละ ฟอง ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือสมองเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด นอกจากนั้นไข่ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินดี โฟแลต เหล็ก สังกะสี

เคยเชื่่อ /  การสัมผัสหรือใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวหรือในชีวิตประจำวันที่ีทำจาก                    อลูมิเนียมเป็นประจำ เสี่่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์

พิสูจน์ / ผลการวิจัยหลายชิ้นตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาจับแต่มีข้อสงสัยดังกล่าวพบว่าการสัมผัสอะลูมิเนียมไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์ แม้แต่กับกลุ่มคนทำงานที่ต้องสัมผัสอะลูมิเนียมทุกวันเป็นประจำก็ตาม

 

ไม่ว่าเราจะเลือกเชื่ออย่างไร                       

แต่เราต้องมีความรอบคอบในการที่จะเชื่อ และผลพิสูจน์ที่แน่ชัด

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากนิตยสารแพรว

 

ทริป * สาระง่ายๆ สไตล์ สุจิตรา

 

หนุ่มๆจากกาแฟเนเจอกิฟ

Photo-0054_e1ภาพถ่าย0434 ภาพถ่าย0435

ภาพถ่าย0432เมื่อ 3 หนุ่ม 3 มุม จากโฆษณา กาแฟเนเจอร์กิฟ ทำให้สาวๆ ทั้ง หลาย เป็นต้องตะลึกกับ หุ่นล่ำ ซิตซ์แพ็ค เต็มๆ ที่ให้สาวๆ คลั่งใคล้ ได้ขนาดนั้น ไม่ว่า เป็น วินมอเตอร์ไซค์ หรือ หนุ่มออฟฟิศ และเฮียเจ้าของร้านอุปกรณ์ก่อสร้าง และท่าเต้น อันพริ้วไหวสุดจะ ยั่วน้ำลายของพวกเขา

มันทำให้เขาเป็น ศิลปิน บอยแบนด์ ค่าย LOVEiS

พวกเขาบอกว่า เราอยากให้ (วง WHO) ดังอย่างน้องถือเปํ็นการแหกกฎของวงการเพลงที่มักมองว่า บอยแบนด์ คือ ความเพอร์เฟ็คท์ ต้องสวย หล่อ เสียงดี เต้นเก่ง ซึ่ง WHO ก็เป็นแบบนั้น เพราะมั่นใจในตัวเอง คล้ายเป็น บอยแบนด์

ทางเลือก มาดูตัวตนเองเขากันว่ามาจากใหนบ้าง

หลิว เป็นครูสอนเทควันโด ที่สอนเฉพาะ วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์

มีงานด้านบันเทิง กับค่าย ซีเนริโอ ตั้งแต่เป็นนักแสดงละครเวที เรื่องบ๊อกซิ่งบอย รวมทั้งเล่นละคร เช่น เรือนแพ ลิขิตฟ้าชะตาดิน คู่กรรม เรือนเสน่หา แต่เป็นบทเล็กๆ ครับ หลิวกล่าวไว้

ฮิ้ม เคยเป็นครูสอนเต้นกับแด๊นเซอร์

เต้นในคอนเสิร์ตของเจนนิเฟอร์ คิ้ม  คอนเสิร์ตแร๊พเตอร์ 2012 และมีส่วนออกแบบท่าเต้น           ในอัลบั๊มเดี่ยวของ กอล์ฟ – พิชญะ จนรู้สึกสนุกพอแล้วอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง

จึงเปิดร้านขายยาตามสายเรียนที่จบ เภสัชมา จากนั้นก็หยุดงานเต้นทั้งหมด จนมีเพื่อนบอกให้ไปแคทติ๊ง งานแคทติ๊งผู้ชายแนวคาแร็คเตอร์แนวอาเฮียเจ้าของร้านแล้วต้องเต้นเก่งด้วย

ตุ๊ก เคยเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แล้วมาทำงานเทรนเนอร์ฟิตเนสได้ 10 ปีแล้ว

จนมีคนมาชวนไปแคสโฆษณาทีี่ต้องการผุู้ชายมีซิตซ์แพ็ค จึงได้มาลองดู เลยได้ซะงั้น

*** แต่จากนักแสดงโฆษณา ได้พลิกเป็นนักร้องบอยแบนด์ เพราะเนเจอร์กิฟกับพี่บอย โกสิยพงษ์จะร่วมกันปั้นให้เป็นบอยแบนด์ เพราะ (วง WHO) ไม่ได้ขายหน้าตา ไม่ขายเสียงร้อง ความตั้งใจคือ การเอนเตอร์เทนคนด้วยร่างกายและสเต๊ปเต้น ซึ่งความจริงไม่ใช่ท่าที่ยากมาก ความลำบากคืออินเนอร์ เพราะต้องแสดงสีหน้ามั่นใจตลอดเวลาว่า พวกเราหล่อมาก

และท่าเต้นทีี่พลิ้ว เคล็ดลับที่ทำให้ทั้ง 3 หนุ่มมีหุ่นฟิตเฟิร์มแน่นเปรียะ  พวกเขาบอกว่า

1. การออกกำลังกายในแบบที่ชอบ ทำให้เราสนุกและทำได้บ่อยๆ

2. ควมคุมเรื่องอาหาร ความจริงทุกคนมีซิตซ์แพ๊ค อยู่แล้วเพียงแต่มีไขมันมาบังเท่านั้น

3. พักผ่อนให้เพียงพอ ฟังแล้วเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ยากที่ต้องมีวินัยในตัวเองสูงเกิน 100 เปอร์เซ็น

เพราะต้องทำทั้ง 3 ข้อที่ว่ามาอย่างสม่ำเสมอ ให้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ถ้าทำได้พวกเรายืนยันว่า กล้ามสวย ๆ จะตามมาแน่นอน

*** เมื่อความจริงเกินความคาดหมาย เพราะตั้งแต่โฆษณทีวีกับมิวสิควิดีโอ ก็มียอดวิวทะลุหลักล้าน เพราะก่อนหน้านี้เคยเต้นลง ยูทูบ ได้ 3,000 วิว พอเห็นผลตอบรับกับ (วง WHO) แล้วตกใจมาก นอกจากนี้ยังมีคนทำคลิปเต้นเลียนแบบอีกเยอะ มีแฟนคลับทำแฟนเพจให้ นำขนมมาให้กิน นำคาแร็คเตอร์ทั้ง 3 คน ไปวาดเป็นการ์ตูนแล้วสกรีนลงเสื้อ ทำพวงกุญแจ มีงานมีทแอนด์กรี๊ด ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นเกินคาดฝัน ฮิ้ว กล่าวไว้

****  เรียกว่า (วง WHO) เป็นซิลเดอเรลลาดังข้ามคืน ซึ่งผมมั่นใจมากว่าตัวเองดัง เพราะเสียงคนกรี๊ดจริงๆ วันหนึ่งผมยืนแลกเหรียญอยู่บนสถานีรถไฟฟ้า แล้วมีเด็กนักเรียนหันมาสะกิดถามว่า พี่ (วง WHO) ใช่ใหม เท่านั้นแหละคนที่ยืนต่อแถวตีวงเป็นวงกลมล้อมรอบ เพื่อขอถ่ายรูปต่างจากเล่นละครความที่ไม่ได้เล่นบทสำคัญจึงไม่มีคนรู้จักเลยนอกจากแถวๆบ้านหลิว กล่าวไว้

*** เมื่อวงการบันเทิงยุคนี้ไปเร็วมาเร็ว สำหรับเรา การได้โอกาส ถ่ายโฆษณา มีมิวสิควิดีโอ รวมทั้งได้ขึ้นคอนเสิร์ต ทั้งหมดคือ เกียรติประวัติของชีวิตแล้ว ที่สำคัญยังเป็นหนึ่งตัวอย่างทีี่บอกผู้ชายทุกคนได้ว่า ไม่ว่าเราประกอบอาชีพอะไร หน้าตาแบบไหน แต่สามารถดูดีและประสบความสำเร็จได้ ตุ๊ก กล่าวไว้

 

นี่แหละค่า หนุ่มๆ ที่ดังไปทั่วประเทศ จะเพราะ ท่าเต้นที่ พลิ้วไหว ส่ายสะเอวชนิดที่่ว่าผู้หญิงหรือ ผู้ไม่หญิงอายและน้ำลายใหล ไปตามๆ กัน ถึงแม้หน้าตา ธรรมดา แต่สิ่งที่เป็นพวกเขาไม่ได้ธรรมดาแบบที่เขาว่ากันเลย คือ ความชอบ ความตั้งใจ และอีกมากมายในชีวิตของเขา

ขอบคุณข้อมูลจาก แพรว

ทริป * สาระง่ายๆ สไตล์ สุจิตรา

 

นักเพาะกาย สาวสวย ทีมชาติ

นั่งดูรายการ ใครคือใคร แล้วเห็นนางสวยมาก

คิ้วเข้ม ตาคม โดดเด่น

แต่มีหัวข้อที่ให้ผู้เข้าแข่งขันเลือก

ว่าเป็นนักเพาะกายทีมชาติ

เมื่อเป็นนางซึ่งไม่น่าจะใช่นักเพาะกายได้

เพราะน้องสวย หุ่น ฟิตเฟิร์ม มากขอบอก

เราจึงไปเจอนิตยสาร แพรวเข้าให้ โป๊ะเชะ เลย มาดูกันว่า นางเป็นใคร อะไร อย่างไร

ภาพถ่าย0799_e1

เกวลิน แกรนท์ ชื่อเล่น “น้อง เก”

ว้าว ประเทศไทยนี่มีนักกีฬาเพาะกาย สวยๆจริง นางนะเป็นนักมวยทีมชาติเชียวนะจะบอกให้

น้องนางเป็นนักมวยสาวสวยมีเชื้อสาย ลูกครืึ่ง เชื้อสาย ไทย- อเมริกัน วัย 19 ปี

ทีี่มาพร้อมใบหน้าที่สวย เรียว นัยน์ตาคมเข้ม เป็นหนึ่งในนักกีฬาทีมชาติเพาะกาย

ประเภท Model Physique ของประเทศไทย ที่กวาดรางวัลมาแล้วมากมาย

นางบอกว่า ตอนอายุได้ประมาณ 15 ปี

น้องเค้าเล่นฟิตเน็ตเพราะอยากผอม ด้วยที่มีโครงสร้างทีี่ใหญ่ ค่อนข้างอวบ ไม่มีความมั่นใจในตนเอง เลยอยากผอมสวยแบบคนอื่นบ้างไรบ้าง จนกระทั่งได้รู้จักกับพี่่ ๆ ทีีเล่นกล้ามกันแบบจริงจัง และพาไปดูการแข่งขันเพาะกายในหลาย ๆ เวที

ที่สุดเกิดควมรู้สึกหลงเสน่ห์ของกีฬาชนิดนี้มาก เลยไปเล่นจริงๆ จังๆ เล่นไปประมาณ 6 เดือน รูปร่างเริ่มสวย เฟิร์ม ก็อยากแข่งขันบ้างไรบ้าง

จึงได้เริ่มแข่งขันจาก “รุ่นฟิสิกส์โมเดล” เวที “หนุ่มกายงามสาวกล้ามสวย” เมื่อปลายปี 2555

คือเน้นความสวยงามของรูปร่าง คล้ายกับการประกวด นางแบบแต่มีกล้าม และอาจเป้็น

ความโชคดีทีี่รุ่นนั้นมีคนแข่งไม่เยอะ นางจึงได้ รางวัลที่ 1 มาครองซะเรียบร้อย

นางบอกว่า ทั้งตกใจและดีใจเพราะคิดไม่ถึง จากนั้นจึงได้รับโอกาศจากทางสมาคมกีฬาเพาะกาย ให้เป็นหนึ่งในตัวแทนของ ทีมชาติไทย ซึ่งในเดือน พฤศจิกายนปีนี้ น้องนางจะไปร่วมแข่งในรายการ World Bodybuilder Championship ประเภท Model Physique

ที่ประเทศอินเดีย ในช่วงที่เริ่มแข่งขันนี้เอง

ก็รู้ว่ามีคนมาแอบชอบบ้าง แต่ขอบอกว่า นางนะมีแฟนอยู่แล้ว อิอิ

นางบอกว่าเสน่ห์ของกีฬาชนิดนี้คือ การที่เราสามารถออกแบบร่างกายเองได้ ว่าอยากให้มีรูปร่างอย่างไร คล้ายๆ กับศิลปะอย่างหนึ่ง โดยเราต้องมีแบบในใจเราก่อนว่าอยากได้แบบไหน แล้วโฟกัสการเสริมสร้างกล้ามเนื้อส่วนนั้นให้เป็นไปตามที่ต้องการ

เสน่ห์อีกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้น้องนางชอบเล่นเพาะกายคือ บรรยากาศการแข่งขัน

เวลาที่ได้ยืนอยู่บนเวที มีคนปรบมือ ถ่ายรูป หรือกรี๊ดให้ เป็นความรู้สึกดีที่อธิบายไม่ได้  ที่่บอกได้คือ มีความสุข อาจเพราะ น้องนางฝันอยากทำงานในวงการบันเทิง เป็นนักแสดง พิธีกร

จึงชอบที่ได้แสดงออกบนเวทีเป็นพิเศษ (อีกไม่นาน น้องนางคงจะถึงฝั่งฝันแน่ๆ) สวยซะขนาด

 

นั่นเป็นความฝันของ น้องนางที่มีชื่อเล่นว่า เก (เกวลิน แกรนท์ )

ที่มีดี ทั้งหน้าตา รูปร่าง ผิวพรรณ และความสามารถ สวยทรงพลังจริงๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก แพรว

ทริป * สาระง่ายๆ สไตล์ สุจิตรา

 

 

เงินทอนของแม่

เงินทอนของแม่

03

 

เป็นเรื่องอ่านทีี่ทำให้ลูกๆ คิดได้ว่าจะให้แม่ทอนเงินให้เรามั๊ย

เมื่อแม่ไม่คิด…เงิน ของลูกๆ

เจ้าเด็กชายตัวน้อยของเราเข้าไปหาแม่แล้วส่งกระดาษที่เขาเขียนไว้ให้แม่

หลังจากแม่เช็ดม่ือกับผ้ากันเปื้อนแล้ว

ธอก็ก้มลงอ่าน  “ค่า”ต่างๆ ของลูกน้อย

ค่าตัดหญ้า อาทิตย์นี้  5 บาท

ค่าทำความสะอาดห้องผม อาทิตย์นี้ 10 บาท

ค่าซื้อของให้แม่ 5 บาท

ค่าดูแลน้องตัวเล็ก 5 บาท

ค่าเอาขยะไปทิ้ง 3 บาท

ค่าเรียนได้คะแนนดี 3 บาท

ค่ากวาดสนาม 2 บาท

(รวมค้างชำระ 33 บาท

แม่หยิบปากกาแล้วพลิกกระดาษไปด้านหลังแล้วแม่ก็เขียน

ตลอดเก้าเดือนที่แม่อุ้มท้อง …. แม่ …ไม่คิดเงิน

เวลาที่แม่กินของที่ไม่ชอบตอนท้อง …. แม่ …ไม่คิดเงิน

ตอนทีีี่แพ้ท้องกินอะไรไม่ได้ …. แม่ …ไม่คิดเงิน

ตอนทีี่หมอฉีดยาต่างๆทีี่บำรุงร่างกายลูกถึงแม่จะเจ็บ …. แม่ …ไม่คิดเงิน

เมื่อตอนที่เห็นหน้าลูกครั้งแรก …. แม่ …ไม่คิดเงิน

เวลาลูกป่วยแล้วแม่ดูแลลูก แล้วสวดมนต์ให้ลูก …. แม่ .. ไม่คิดเงิน

เวลาที่ลูกทำให้แม่เสียน้ำตา …. แม่ .. ไม่คิดเงิน

เวลาซื้ออาหาร ซื้อเสื้อผ้า และพาไปเที่่ยว ….แม่ .. ไม่คิดเงิน

แม้แต่เวลา ลูกน้ำมูกไหล แม่เช็ดมูกให้ … แม่ .. ไม่คิดเงิน

เมื่อตอนทีี่ลูกอยากจะซื้อของไปโรงเรียนครั้งแรก … แม่ ..ไม่คิดเงินหรอกจ๊ะลูก

เมื่อตอนที่ลูกอยากได้ของเล่นชิ้นโปรด …. แม่ … ไม่คิดเงิน

เมื่อลูกอยากจะเรียนพิเศษ เฉพาะวิชา …. แม่ .. ไม่คิดเงิน

เม่ื่อลูกอยากจะใช้เทคโนโลยีใหม่ …. แม่ … ไม่คิดเงิน

เมื่อลูกทำให้แม่ หัวใจ พองโต …. แม่ … ไม่คิดเงิน

เมื่อรวมกันแล้วทั้งหมด เป็นความภูมิใจ ความเต็มใจ เป็นความรัก … แม่ .. ไม่คิดเงินเหมือนกันลูก

EQ

เมื่อลูกชายได้อ่านสิ่งที่แม่เขียนเป็น ข้อความของแม่แล้ว น้ำตาหยดโต ก็ไหลออกมา

เขาสบตา แม่ และ กอดแม่ แล้วก็ บอกว่า แม่ครับ ผมรักแม่จริงๆ ครับ

เขาก็เอาปากกา

เขียน เป็นตัวหนังสือตัวโต ๆ ว่า จ่ายหมดแล้ว

แม่จ่ายให้หมดแล้ว แต่ผม ยังทอนให้แม่ไม่หมด

 

เม่ื่อความรักของแม่ ไม่สามารถ ซื้อด้วยอะไรได้

เพราะว่าเป็นความรักทีี่ไม่หมด หรือ ไม่เคยหมดไปจากตัวลูกและจากใจแม่

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

ทริป * สาระง่ายๆ สไตล์ สุจิตรา

บันได 5 ขั้น สู่ชีวิตใหม่ ที่มีค่าและเป็นสุข

a10_1
เมื่อเราตั้งความหวังและความตั้งใจในการที่จะทำความดี
หรือจะทำอะไรให้กับตัวเองหรือให้คนอื่นๆ  ในสิ่งที่ดีๆและทำอย่างบริสุทธิใจแล้วก็จงทำตามที่เราสามารถทำใด้อย่างสบายใจ และ ไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ ก็สามารถทำให้ตัวเองเป็นสุข ที่จะเป็นผู้ให้และเป็นสุขทีี่ได้ทำ

บันไดขั้นที่ 1 มองตัวเองว่าดีและมีค่าทุกวัน

ในแต่ละวันให้นึกถึงความดีและความโชคดีของตนเอง เริ่มต้นด้วย
การตื่นนอนตอนเช้า ให้ยิ้มกับตัวเองและนึกว่าโชคดีที่ได้ตื่นขึ้นมาแล้ว ให้นึกถึงความดีของตนเอง
ที่เคยทํามาแล้วในอดีต (ที่สามารถนึกได้ง่ายๆ)
เช่น เคยทําบุญเคยช่วยคนที่อ่อนแอกว่า เคยสงเคราะห์สัตว์ฯลฯ คิดว่าตัวเองดีและมีคุณค่าที่ได้เคยทําสิ่งดีๆ และให้นึกซํ้าๆจะได้เกิดความเชื่อตามที่นึกนั้น คุณก็จะเกดความอิ่มเอิบใจและเชื่อว่าตัวเองมีความดี ความเก่ง
ตามความเป็นจริงในขณะนั้นด้วยคุณจะเกิดความอยากมีชีวิตอยู่และสร้างสิ่งที่ดีๆ ให้กับชีวิตต่อไป
และต้องอวยพรตัวเองเสมอๆ อย่าแช่ง หรือตําหนิตัวเองและอย่ารอให้คนอื่นมาชื่นชมคุณซึ่งมักจะไม่
ได้ดั่งใจ หรือได้มากไม่สมใจ

บันไดขั้นที่ 2 มองคนอื่นดี มองโลกในแง่ดี

ขั้นนี้คุณจะต้องมองว่า ทุกๆ คนมีขีดจํากัดของความสามารถ ความดี ความเก่งกันทุกคน
ตามความเป็นจริงของเขาซึ่งไมเท่ากัน และไม่เหมือนกันเลย ส่วนความไม่ดี หรือไม่เก่งของเขา (ซึ่งมีกันทุกคน)
ปล่อยให้เป็นเรื่องของเขาไปให้มองเฉพาะส่วนที่ดีของเขาเท่านั้น ถ้าคุณทําได้เช่นนี้คุณก็จะเป็นคนที่มอง      อนาคต และ ชีวิตดี มีความหวังที่ดีในชีวิตตลอดเวลาสองสิ่งนี้ ถ้าคุณทําเป็นนิสัย คุณจะพบว่าโลกนี้
มีสิ่งที่ดีๆและไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค์ต่างๆ และท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นสุขนิยมทั้งชีวิต

บันไดขั้นที่ 3 ทําวันนี้ให้ดีที่สุด

คือการอยู่กับปัจจุบันทํากิจกรรมในวันนี้และเวลานี้ให้ดีที่สุด ทําได้แค่ไหนเอาแค่นั้นไม่ทุกข์ร้อนหรือคาดหวังกับผลลัพธ์ของมัน ไม่ว่าจะสมใจ หรือไม่สมใจก็ตามจงชื่นชมในความตั้งใจ ทําเต็มความสามารถของตนเอง
และคิดต่อว่าในอนาคต จะต้องทําให้ดีกว่านี้นอกจากนั้น คุณต้องเลิกจดจําหรือนึกถึงเรื่องที่ไม่ดีที่เกิดกับคุณในอดีตเพราะการจดจําเรื่องราวที่ไม่ดีในอดีตเท่ากับคุณไปสะกดแผลในใจและจะทําให้คุณเจ็บปวดมากยิ่งขึ้น
จนส่งผลให้ปัจจุบันคุณไม่มีความสุขและกลัวว่าอนาคตจะเกิดสิ่งที่ไม่ดีซํ้าๆ อีก

บันไดขั้นที่ 4 มีความหวังและเชื่ว่าอนาคตจะดีเสมอ

ความหวัง ความเชื่อ เกิดจากความคิดถึงบ่อยๆหรือได้ยินบ่อยๆ
จงนึกและบอกกับตัวเองเสมอว่า อนาคตจะดีขึ้นอีกเรื่อยๆจะส่งผลให้เกิดกำาลังใจมากขึ้น อยากพบเห็นสิ่งต่างๆ
ที่จะเข้ามาในชีวิตโดยไม่กลัว มีอารมณ์ขัน และไม่จริงจังกับชีวิตมากนักแต่จะมีความหวังที่ดีๆ (Good Hope)
อยู่เสมอ แต่อย่ามีความคาดหวัง (Expectation) กับชีวิต
เพราะถ้าคาดหวังกับชีวิตเรามักจะกลัวหรือกังวลว่าจะไม่ได้ผลลัพธ์ดังความคาดหวังหรือเมื่อได้มาแล้วก็มักไม่
พอใจ จึงอาจทําให้เกิดทุกข์ได้

บันไดขั้นที่ 5 ปรับปรุงตัวเองเสมอโดยปรับปรุง  4 ส่วนที่มีความสําคัญต่อชีวิต คือ

 1. การงาน ให้มีความขยัน อดทน หมั่นหาความรู้ใส่ตัวและกล้าลงมือปฏิบัติในสิ่งที่ควรทํา จะทําให้มีการลงมือทําสิ่งใหม่ๆในชีวิตได้เรื่อยๆ และปรากฏเป็นผลงานที่ชัดเจน
 2. ครอบครัวจะต้องยึดหลักที่เป็นมงคลต่อกันคือ ไม่อิจฉาไม่ระแวง ไม่แข่งขัน ไม่นอกใจ รู้จักการให้และ
การอภัย มีนํ้าใจและรู้จักเกรงใจกัน
3. สังคมหมั่นสร้างมิตรเสมอ มีการให้ความสําคัญกันให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และพูดจากัน
4. วาจาตนเอง ต้องมีการพัฒนาตนเองเสมอ มีความภูมิใจตนเองตามความเป็นจริง สามารถให้กำลังใจตัวเองได้
และมีกำลังใจที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงตนเองไปในทางที่ดีขึ้น
a8_3
ไม่ว่าเราจะมี บันไดที่ขึ้นได้กี่ขั้น
เราก็จงภูมิใจในสิ่งที่เราได้ทำลงไปแล้วทำให้รู้สึกดี และสามารถนำสิ่งที่ยังบกพร่องอยู่มาปรับปรุงเปลื่่ยนแปลง ให้เป็นอย่าง (น้ำที่ยังไม่เต็มแก้ว) เท่านี้ก็เป็นสุขแล้วจ้า
ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต
ทริป * สาระง่ายๆ สไตล์ สุจิตรา

มะกอก น้ำปลาหวาน

ยั่วน้ำลาย ตอนนี้เป็น ไข้หวัดค่ะ

เลยมาแนะนำเมนู น้ำหวาน กับ มะกอก 3 ตะกร้า ปาไม่ถูก กันค่า

ภาพถ่าย0661     ภาพถ่าย0662

 

เมื่อ มี มะกอก ก็ต้องมีน้ำปลาหวานกันค่ะ

เรามาเริ่มทำน้ำปลาหวานกันดีกว่าค่ะไม่มีที่ตวงและวัด เลยกะๆ เอาค่า

ชิมรสไปพลางเติมไปพลางตามสภาพ

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. น้ำตาลทราย พอประมาณ

2.น้ำปลา พอประมาณ

3.น้ำเปล่า พอประมาณ

4. พริกขี้หนู แดง และ เขียว ให้มีสีสัน หั่นหยาบๆ

5. หอมแดงซอย

6. กุ้งแห้ง

7. หม้อ

8. เตาแก๊ส

 

ภาพถ่าย0677

วิธีทำน้ำปลาหวาน

1. นำหม้อใส่น้ำไม่ต้องใส่ให้มาก ใส่น้ำตาลทราย ลงไป พอเดือดใส่น้ำปลา

2. เคี่่ยวให้เดือดอีกที ใส่หอมแดงซอย เคี่ยวให้เป็นยางเหนียวๆ

3. ใส่พริกขี้หนูหันหยาบๆ ใส่กุ้งแห้งตามลงไป

4. เมื่อชิมรส เค็มนิดๆ หวานหน่อยๆ เผ็ดน้อยๆ น้ำปลาหนืดนิดๆแล้วยกลง

5. รอให้เย็น น้ำปลาหวานจะคายความหนืดออกมาจะทำให้เหลวกว่าตอนที่เค่ี่ยวร้อน

6. ตักใส่ถ้วยพร้อมจิ้ม มะกอกกันแล้ว

ส่วนมะกอกเมื่อได้มา ก็นำไป ปอกเปลือกเสียก่อน แล้วล้างให้สะอาด สับเป็นชิ้นๆดังรูป

ภาพถ่าย0678

 

นำมาจิ้มกับน้ำปลาหวาน ได้อารมณ์ ฟินเวอร์

ภาพถ่าย0679

ข้อคิด**  น้ำปลาหวานต้องเคี่ยวให้หนืดๆ เพราะเวลาจิ้มจะได้เคลือบชิ้น ผลไม้ไปด้วย

ถ้าเหลวเกินไป ก็นำไปตั้งไฟใหม่ เคี่่ยวให้ได้ที่ เป็นอันเสร็จพิธี ของอร่อย ยามเป็นหวัดได้

** ถ้าไม่อยากได้น้ำปลาหวาน ก็เปลื่อยเป็น พริก เกลือ ก็ได้

สำหรับ พริก เกลือ เราทำได้โดย นำ พริกชี้ฟ้าแห้งป่น และเกลือ น้ำตาลทราย

มาผสม ปนเป ลงไป ก็ได้พริก เกลือ แกล้ม มะกอก หรือ ผลไม้อื่นๆ ได้อย่าง อร่อยเหาะ เช่นกันค่า

ทริป * สาระง่ายๆ  สไตล์ สุจิตรา

ขนมหัวล้าน แบบปักษ์ใต้

ขนมหัวล้านของภาคใต้นั้นเป็นขนมที่คล้ายกับขนมต้มขาว ของ ทางภาคกลาง 

ขนมหัวล้าน

ลักษณะภายนอก

ที่ไส้ของขนมต้มขาวนั้นจะทำจากมะพร้าวทึนทึกขูดเป็นเส้นผัดกับน้ำตาล มะพร้าว เช่นกัน

ส่วนผสมของขนมหัวล้านๆๆ

   ส่วนผสมสำคัญ

1. ใส้ขนม

2. แป้งตัวขนม

3. ใบตองรองขนม

4.  หม้อนึ่ง (รังถึง)

5.  น้ำมันพืช ทาใบตอง

 “ไส้ขนม” หัวล้าน

* มะพร้าวทึนทึก (อย่าให้แก่มาก) ขูดเป็นเส้นฝอย 2 ถ้วย
* น้ำตาลมะพร้าวอย่างดี 200 กรัม หรือน้ำตาลทราย
* น้ำลอยดอกมะลิ 3 ชต.

** หากไม่อยากให้หวานน้ำตาลหวานมาก ลดปริมาณน้ำตาลลงได้

** และถ้าน้ำตาลหวานน้อย ก็ต้องเพิ่มปริมาณน้ำตาล

** กรณี ใช้น้ำตาลมะพร้าว จะทำให้ใส้สีน้ำตาลเหลืองสวย สีจะเข้มหรืออ่อนก็อยู่ที่สีของน้ำตาล

** กรณี ใช้น้ำตาลทราย จะทำให้ใส้แข็งและ แห้งกว่า สีออก ขาวกว่า สีน้ำตาลมะพร้าว

ภาพถ่าย0829

วิธีทำ  “ไส้ขนม” ::

** เริ่มจากที่เราผสมมะพร้าว + น้ำตาลที่เราเลือกใช้  รวมกันในกระทะทอง หรือในภาชนะที่เราจะใช้ผัดไส้

ภาพถ่าย0836 ภาพถ่าย0785 ภาพถ่าย0827

** แล้วก็นำไปตั้งบนเตาไฟ เปิดไฟกลาง คนด้วยพายไม้เป็นระยะจนน้ำตาลละลายหมด

** จากนั้นก็หรี่ไฟลงเหลือไฟอ่อน แล้วผัดไส้ไปเรื่อย ๆ จนน้ำตาลละลายและงวด

** จนกระทั่งไส้มะพร้าวแห้งแบบนี้ ก็ดับไฟเตาได้ แล้วตักขึ้นใส่ชามพักไว้ให้เย็น

ขนมหัวล้าน

ส่วนผสม “แป้งตัวขนม”

**  แป้งข้าวเหนียวขาว 1 + 1/3 ถ้วยตวง

** แป้งข้าวเหนียวดำ หรือถ้าไม่มี ก็ใช้สีจากธรรมชาติ เช่น อัญชัญ
** น้ำเปล่า ถ้าอยากให้ตัวแป้งเคี้ยวนุ่ม หนึบหนับก็ต้องใช้น้ำร้อนผสมแป้ง

** ถ้าอยาก ให้แป้งมีสีสันอื่นๆ ก็สามารถใช้พวกน้ำสีจากสมุนไพรเช่น เขียวจากใบเตย

เริ่มทำตัวแป้งขนมกันค่ะ

1. เริ่มต้นก็เทแป้งข้าวเหนียวที่เราเตรียมไว้ใส่ในกาละมัง ที่เราจะใช้นวดแป้ง

แล้วก็เทน้ำใส่ลงไป นวดๆ ให้เข้ากันดี  โดยเวลาเทเนี่ย ให้ค่อยๆ เทไปนวดไปนะคะ แป้งจะได้เหนียวนุ่ม

เข้ากันดีแล้วก็วางพักไว้สักครู่

*** ถ้าอยากให้ตัวแป้งเคี้ยวนุ่ม หนึบหนับก็ต้องใช้น้ำร้อนผสมแป้งแล้วนวด ***

ภาพถ่าย0830  ภาพถ่าย0831

2. เราก็มาปั้นแป้งข้าวเหนียวที่เรานวดพักไว้ เป็นก้อนกลมๆ ขนาดกะๆเอาก็ได้ค่ะไม่ต้องเป๊ะๆ

3. แบ่งแป้งเป็นก้อนกลมๆ แล้วนำแป้งที่แบ่งเอาไว้แล้วมา แผ่ออกให้เป็นแผ่นบาง

ภาพถ่าย0829 ภาพถ่าย0837 ภาพถ่าย0832

 

4. ใส่ไส้มะพร้าวที่เราผัดกับน้ำตาลไว้ หุ้มด้วยแป้งให้มิดปั้นให้เป็นคลึงให้แป้งเป็นก้อนกลมๆ ให้รอบ

ไม่มีรอยแตกของตัวแป้ง

ภาพถ่าย0789ตรดดฆด_e1

5. นำใบตองมาตัดเป็น สี่เหลี่ยมเล็กๆหรือ กลมๆ  เพื่อรองขนมทาน้ำมันพืชเพื่อไม่ให้ขนมติดใบตอง

แล้วนำขนมมาวางที่ใบตองทาน้ำมันพืชที่ได้เตรียมไว้

ภาพถ่าย0833

6. จัดเรียงให้ขนมมีระยะห่างเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ขนมมาติดกัน ขนมได้สุกทั่วถึง

7. ตั้งหม้อนึ่งให้น้ำเดือด แล้วนำขนมทีี่เตรียมไว้มานึ่ง สัก 30 นาที หรือ แล้วแต่ขนาดของหม้อที่เราใช้นึ่ง

8. เม่ื่อดูว่าขนมสุกแล้วก็ยกลงจากหม้อนึ่ง พักไว้ให้เย็น ก็ได้ขนมหัวล้านไว้รับประทานแล้วค่ะ

ภาพถ่าย0833

และแล้วเราก็ได้เมนู ขนมหวานแบบ บ้านๆ ของภาคใต้อีกชนิดหนึ่งค่ะ

ลักษณะของ ขนมที่ได้ นุ่ม ลื่น ไม่ติดใบตอง

ขอบคุณภาพจากสำนักพิมพ์แสงแดด

ทริป * สาระง่ายๆ สไตล์ สุจิตรา

หัวเผือก เชื่อม

เผือกเชื่อม ภาษาใต้ เรียกหัวบอนเชื่อม

ภาพถ่าย0640

เผือกเชื่อม

เป็นอาหารไทยประเภทเชื่อม โดยการนำน้ำตาลทรายไปตั้งไฟให้เดือดแล้วนำพืชผักลงไป

ถ้าเผือกที่ใช้เชื่อมเป็นเผือกหอมหัวใหญ่จะทำให้เผือกเปื่อยยุ่ย น่ากิน

ส่วนผสม

     1. เผือกหอมหัวกลาง ๆ 1 กิโลกรัม

     2. น้ำตาลทราย 1 1/2 ถ้วย

     3. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

     4. น้ำ 3 ถ้วย

     5. น้ำปูนใส (ทำน้ำปูนใส โดย นำปูนใส มาละลายกับน้ำ แล้วตั้งไว้ให้ตกตะกอนใส) เป็นอันใช้ได้

 วิธีทำเผือกเชื่อม เรามาดูว่ามีอะไรบ้าง

      1. ปอกเปลือกเผือก หรือจะตัดเป็นแว่น หนาพอประมาณ 3/4 นิ้วก็ได้ ล้างให้สะอาด

      2. เมื่อได้เผือกที่หั่นเป็นชิ้นๆ แล้ว นำไปแช่ในน้ำปูนใส ที่เตรียมเอาไว้

      3. ใส่ใน หม้อผสมน้ำตาลกับน้ำ ตั้งไฟ พอเดือดกรองด้วยผ้าขาวบาง เทใส่หม้อเช่นเดิม

      4.  ยกขึ้นตั้งไฟใช้ไฟกลาง พอร้อนใส่เผือก เชื่อมด้วยไฟอ่อนเคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ เติมเกลือเล็กน้อย

      5.  เม่ื่อดูว่า น้ำเชื่อมงวด เผือกแตกเป็นลายงาแล้วเป็นอันใช้ได้

      6. เมือเราจะตักเสิร์ฟ ตักเผือกแล้วราดน้ำเชื่อม จะได้ดูมันวาว

** เพิ่มเติมรสชาด **โดยจะราดหัวกระทิให้นำกระทิ ตั้งไฟพอเดือด ใส่เกลือพอมีรสเค็ม นิดหน่อย

    ภาพถ่าย0409

ข้อคิด สำหรับใช้น้ำปูนใส เป็นการทำให้กรอบแบบโบราณที่ไม่ต้องใช้สารเคมีทีีทำให้กรอบ

ทริป * สาระง่ายๆ สไตล์ สุจิตรา